แฟลชมินิ หน้าหลัก

ละมุด ละมุด ( ผลไม้ ) ละมุด










เว็บบอร์ดฟรี โพสได้อิสระทุกเรื่อง ที่อยากคุย อยากบอก อยากแฉ อยากประชาสัมพันธ์ อยากรัก อยากด่า อยากว่า อยากบ่นอะไร ก็เชิญจ้า


แจกรหัส xshot ยศสูงๆ โดย แหลง

รักนะ โดย วาสนา

มาเสี่ยงโชคกัน....01ข11-2557 โดย kamnan

 ขอ ID GRowtopia เทพๆหน่อยคับ โดย กิลล์

หวยเด็ดดูฟรีครับ โดย Sawadold

เกม โดย สมบัติ

รับซื้อแหวนเพชร เครื่องประดับทุกชนิด ให้ราคาสูง จ่ายเงินสด 0884608807[ประกาศ] โดย หนู

อาหารเสริมผิวขาว มีเลิฟ คอลลาเจน ลดจุดด่างดำ ผิวมีออร่า มาแรงสุดสุด โดย คุณเทอดศักดิ์

พี่คนดี โพสต์กลอนสอนใจชาวโซเชียล ยุคแห่งการถ่ายประจาน โดย may

2 ผู้ต้องหาฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า ยืนยันกลับคำให้การ โดย may

ไม่จบ! มนุษย์ลุง เปิดเพจประจานตัวเอง โชว์ภาพโยนกระเป๋าลงจากเครื่อง โดย may

บิ๊กแดนภารตะ ใจป๋าจัดหนัก ออกรถให้ลูกจ้าง 491 คัน โดย may

อลังการ ต้นกฐินเงินล้าน พลังศรัทธาแห่งวัดแสงแก้ว โดย may

อ่างอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ นั่งรถเข็น อัมพฤกษ์ เพิ่มความสามารถในการดูแลตนเอง Walk-in Tub ราคาถูก[ประกาศ] โดย แซม

### ขายปืนยาวอัดลมเบอร์ 1 , เบอร์ 2 Steven / Sharp ### [ประกาศ] โดย ธารณ์

htryhrtuh54y โดย boot

ร้านเสื้อผ้าคนอ้วน เสื้อผ้าคนอ้วนราคาถูก เดรสคนอ้วน กางเกงไซส์ใหญ่[ประกาศ] โดย คุณทราย

แจกรหัสเกม zone4 ด่วนเลย โดย ไฟว์

ขายอาคารพาณิชย์ ขอนแก่น ห้องสวย ทำเลดี ซ.บ้านกอก ม.ภาค[ประกาศ] โดย เพชร

 minecraft โปรโมทเซิฟ hamachi 1.5.2 โดย อ๋อย

เว็บอินเตอร์เปิดตัวเว็บใหม่Vwin ราคาน้ำดี ฝาก-ถอนรวดเร็ว โดย vwin

เว็บอินเตอร์เปิดตัวเว็บใหม่Vwin ราคาน้ำดี ฝาก-ถอนรวดเร็ว โดย vwin

อยากทำตาสองชั้น ที่ไหนที่คะ โดย noopee

ขอยกเลิกการเป็นสมาชิก โดย bangon

มีใครรู้จัก ไฟแนนซ์ บริษัท คลังเศรษฐการ จำกัด ไหมครับ โดย คุ๊กกี้

เครื่องประดับเงินแฮนด์เมค แบรนด์ ARISARA เรียบหรู มีสไตล์ งานอาร์ตๆ ต้องทางนี้ โดย เครื่องประดับเงินแฮนด์เมค

จำหน่ายอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย ราคาถูก รับประกันสินค้าของแท้ โดย คุณดา

แนะนำหนังสือน่าอ่าน โดย bell

ดูหนังใหม่ ดูหนังดัง ดูหนังชนโรงก่อนใครได้ที่นี่ ดูหนังดัง.com โดย nanzy

16 ต.ค.2557 เลขเด็ดจาใจ ลองดูนะคะ โดย lee โดย Sumalee



การปลูกละมุด

การปลูกละมุด
ปกติใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร
ฤดูกาลปลูก ควรเริ่มปลูกตั้งแต่ฤดูฝนไปจนถึงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
วิธีการปลูก
1. เตรียมหลุมขนาด 30×30× 30 เซนติเมตร โดยคลุกดินล่างกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยลงหลุม
2. นำกิ่งพันธุ์ละมุดที่ได้จากการตอนหรือชำมาปลูก โดยนำต้นที่นำภาชนะปลูกออกแล้ววางลงในหลุมที่ขุดไว้ ตั้งให้ตรง กลบดินเสมอกับตุ้มของกิ่งตอน การกลบดินควรใช้ดินระเอียดกลบรากให้แน่น เพื่อให้รากจับดิน รากจะได้หาอาหารได้เร็วเสร็จ
3. ปักหลักให้ชิดกับลำต้นให้หลักหยั่งลงไปในดินแล้วผูกกิ่งตอนให้ติดกับหลัก 2 เปลาะเพื่อกันลมโยก
ควรทำที่บังลมให้ด้วยเพราะการทำเพิงกันแสงแดดให้ต้นละมุดตั้งตัวและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าดินยุบควรกลบดินเสียให้เต็มอย่างเก่า
5.ระยะที่รากเริ่มเจริญละมุดจะแตกใบอ่อน ในระยะนี้ควรฉีดยาดีลดริน 50% หรือเซพวิน 85% โดยใช้ยาดังกล่าว 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายใบและยอดอ่อนของละมุด หลังจากนั้นก็ดูแลรักษาตามปกติ

การปลูกพื้นที่แซม
ละมุดเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง หลังจากปลูกใช้เวลา 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต และปลูกห่างกันพอสมควร ทำให้เหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ในระหว่างที่ละมุดยังไม่ติดผลเราสามารถปลูกพืชแซมระหว่างแถวเป็นการเพิ่มราย ได้ และช่วยบังลมให้แก่ต้นละมุดในช่วงปีแรกๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดจำนวนวัชพืชในสวนอีกมาก แต่ต้องเป็นช่วงที่ละมุดมีขนาดต้นที่เล็ก พืชที่ปลูกแซมระหว่างแถวละมุดควร เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กล้วย มะละกอ พริก มะเขือ ฟักทอง หรือพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้น
การ ปลูกกล้วยเป็นพืชแซม เมื่อกำหนดระยะปลูกของละมุดแล้ว เราต้องเตรียมหลุมเพื่อปลูกกล้วยทันที โดยมีระยะของหลุมปลูกกล้วยห่างจากโคนต้นละมุดประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วทำการปลูกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะทำการปลูกละมุดอย่าน้อย 1-2 เดือน เมื่อปลูกกล้วยแล้วจะต้องดูแลรักษาสวนละมุดให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้ามีวัชพืชเกิดขึ้นก็ให้กำจัดเสีย อาจใช้จอบถาง หรือใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดพ่น เมื่อกล้วยเจริญเติบโตขึ้น สามารถตัดใบแก่ไปคลุมโคนต้นละมุดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และเป็นปุ๋ยแก่ละมุดอีกทางหนึ่ง เมื่อละมุดมีอายุ 1 ปี กล้วยก็จะเริ่มตัดเครือได้ ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้นำมาทำปุ๋ย สำหรับหน่อกล้วยที่เกิดใกล้ต้นละมุด ให้ขุดหรือทำลายเพื่อไม่ให้ต้นกล้วยชิดต้นละมุดมากเกินไป ส่วนหน่อที่ต้องการเลี้ยงไว้ควรให้ห่างออกจากโคนต้นละมุด หลังจากปลูกกล้วยเป็นพืชแซมไปแล้วประมาณ 2 ปี ให้ขุดต้นกล้วยออกให้หมดเพื่อให้ต้นละมุดมีการเจริญเติบโตเต็มที
สำหรับการปฏิบัติต่อละมุดในช่วงระหว่างที่ปลูกพืชแซมอยู่ นอกจากจะทำการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงแล้ว ในระหว่างนี้ต้นละมุดจะมีการแตกกิ่งก้านสาขา บางครั้งกิ่งล่างทึบไปต้องตัดทิ้งเสียบ้าง โดยตัดกิ่งที่อยู่เตี้ยๆ ติดกับดินออกให้หมด โดยเอากิ่งที่เอาไว้สูงจากพื้นดินประมาณ 70 เซนติเมตรเพื่อให้โคนต้นโปร่ง กิ่งข้างบนจะได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก


การดูแลรักษา

1.การให้น้ำ
ต้น ละมุดที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ จะต้องให้น้ำทุกๆวันในตอนเย็นแต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มชื้นของ ดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การ ให้น้ำละมุดที่ให้ผลผลิตแล้วจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผลแต่ อย่างใด ทั้งนี้เพราะว่าละมุดถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่ละมุดก็เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ละมุดออกดอกและดอกกำลังบานถึงแม้จะมีฝนตกใน ปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผล และในช่วงที่ผลแก่และเริ่มจะสุก หากมีฝนตกจะทำให้ความหวานลดลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังจัดว่ายังหวาน เมื่อฝนเริ่มหายความหวานก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะได้ผลที่มีความหวานที่สุดและเนื้อจะกรอบกรอบดี แต่อย่างไรก็ตามในการบังคับน้ำหรือการอดน้ำ ควรกระทำในช่วงหน้าหนาวในระยะผลแก่ก่อนจะทำการเก็บผลประมาณ 20 วัน เพื่อเร่งให้มีความหวานมากขึ้นและเนื้อกรอบ ส่วนการให้น้ำหรือบังคับน้ำเพื่อเร่งการออกดอกจะไม่ความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากละมุดมีนิสัยที่มีการติดดอกออกผลมากอยู่แล้ว ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลออกไปในแต่ละรุ่น ต้นก็จะมีการสะสมอาหารพร้อมที่จะออกดอกติดผลได้ในรุ่นต่อไป
วิธีการให้น้ำ
การ ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งนั้นควรจะให้เป็นระยะๆอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง และก่อนจะหมดฤดูฝน ผู้ปลูกควรเอาหญ้าที่ได้จากการพรวนดายหญ้ามาสุมโคนต้นเพื่อเป็นการช่วยรักษา ความชุ่มชื้นของดินไว้ให้นาน และช่วยไม่ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินน้ำที่รดลงไปก็จะมีระเหยออกมานักซึ่งเป็น การช่วยประหยัดทั้งน้ำเวลาแลละแรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. การให้ปุ๋ย
ใน ช่วงระยะการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของละมุดจะต้องการปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างลำต้น ใบ กิ่งก้านสาขา ดอกและผลเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อยู่ตลออดเวลา ดังนั้นหลังจากที่เราปลุกพืชแล้ว แม้ว่าธาตุอาหารที่มีอยู่แล้วในดินอย่างเพียงพอในพื้นที่บางแห่ง แต่พอนานๆไปธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก อันได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมก็จะถูกพืชนำไปใช้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขาดแคลนทำให้เราต้องใส่ปุ๋ยซึ่งธาตุอาหารหลักดังกล่าวจะอยู่ในรูป ของปุ๋ยอินทรีย์หรือที่เกษตรกรรู้จักกันดีในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกต่างๆ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
สำหรับ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับต้นละมุด ในปีหนึ่งๆ ควรจะใส่ให้ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 13-13-13 หรือสูตรปุ๋ยสูตรอื่น ก็ได้ที่ใกล้เคียงกันนี้ ส่วนปริมาณที่จะใส่ก็ให้ขึ้นอยู่กับสภาพดินหรือความอุดมสมบรูณ์ของต้นละมุด ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าดินดีหรือต้นละมุดอุดมสมบรูณ์ดีก็ใส่ไม่มากนัก
วิธี การใส่มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำการพรวนดินรอบๆทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงไป จากนั้นพรวนดินกลบอีกครั้งหนึ่ง หรือจะขุดเป็นร่องรอบๆทรงพุ่มของต้นแล้วใส่ปุ๋ยลงไปในร่องเอาดินที่ขุดขึ้น มากลับทับอีกทีหนึ่งก็ได้ ส่วนปุ๋ยคอกที่ใช้ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีในปีแรกๆ ควรใส่ประมาณ 1 บุ้งกี๋และปีต่อๆไปควรใส่ 2 บุ้งกี๋ต่อต้น
3.การกำจัดวัชพืช
วัชพืช ต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในสวนละมุดจะมีเป็นปัญหามากโดยเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นอยู่ บริเวณโคนต้นละมุดที่ยังมีขนนาดเล็กอยู่หรืออเพิ่งปลูกใหม่ๆ เพราะวาในระยะนี้ถ้าวัชพืชงออกขึ้นมาที่โคนต้นแล้วจะทำให้ต้นละมุดได้รับน้ำ และธาตุอาหารไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ต้นแคระแกรนได้ ทั้งนี้เนื่องจากวัชพืชจะคอยแย่งน้ำและอาหารอยู่ตลลอดเวลาดังนั้นในช่วงที่ ต้นละมุดยังเล็กอยู่หากมีวัชพืชขึ้นให้ทำการกำจัดเสียโดยการใช้จอบถากหรือ ใช้มือถอนออกเสียให้หมด วัชพืชบริเวณโคนต้นที่กำจัดออกแล้วไม่ควรนำไปทิ้งที่อื่นควรจะนำไปคลุกโคน ต้นละมุดเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินบริเวณโคนต้นและเมื่อวัชพืช เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นละมุดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันพวกวัชพืชต่างๆที่เกิดขึ้นมาในรุ่นหลังๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนวัชพืชที่เจริญอยู่ด้านนอกโคนต้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่ในทางที่ดีควรจะปลูกพืชล้มลุกชนิดอื่นๆแซมเป็นการเพิ่มรายได้และเป็นการ กำจัดวัชพืชต่างๆ

การปลูกละมุด
ปกติใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร
ฤดูกาลปลูก ควรเริ่มปลูกตั้งแต่ฤดูฝนไปจนถึงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
วิธีการปลูก
1. เตรียมหลุมขนาด 30×30× 30 เซนติเมตร โดยคลุกดินล่างกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยลงหลุม
2. นำกิ่งพันธุ์ละมุดที่ได้จากการตอนหรือชำมาปลูก โดยนำต้นที่นำภาชนะปลูกออกแล้ววางลงในหลุมที่ขุดไว้ ตั้งให้ตรง กลบดินเสมอกับตุ้มของกิ่งตอน การกลบดินควรใช้ดินระเอียดกลบรากให้แน่น เพื่อให้รากจับดิน รากจะได้หาอาหารได้เร็วเสร็จ
3. ปักหลักให้ชิดกับลำต้นให้หลักหยั่งลงไปในดินแล้วผูกกิ่งตอนให้ติดกับหลัก 2 เปลาะเพื่อกันลมโยก
ควรทำที่บังลมให้ด้วยเพราะการทำเพิงกันแสงแดดให้ต้นละมุดตั้งตัวและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าดินยุบควรกลบดินเสียให้เต็มอย่างเก่า
5.ระยะที่รากเริ่มเจริญละมุดจะแตกใบอ่อน ในระยะนี้ควรฉีดยาดีลดริน 50% หรือเซพวิน 85% โดยใช้ยาดังกล่าว 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายใบและยอดอ่อนของละมุด หลังจากนั้นก็ดูแลรักษาตามปกติ

การปลูกพื้นที่แซม
ละมุดเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง หลังจากปลูกใช้เวลา 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต และปลูกห่างกันพอสมควร ทำให้เหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ในระหว่างที่ละมุดยังไม่ติดผลเราสามารถปลูกพืชแซมระหว่างแถวเป็นการเพิ่มราย ได้ และช่วยบังลมให้แก่ต้นละมุดในช่วงปีแรกๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดจำนวนวัชพืชในสวนอีกมาก แต่ต้องเป็นช่วงที่ละมุดมีขนาดต้นที่เล็ก พืชที่ปลูกแซมระหว่างแถวละมุดควร เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กล้วย มะละกอ พริก มะเขือ ฟักทอง หรือพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้น
การ ปลูกกล้วยเป็นพืชแซม เมื่อกำหนดระยะปลูกของละมุดแล้ว เราต้องเตรียมหลุมเพื่อปลูกกล้วยทันที โดยมีระยะของหลุมปลูกกล้วยห่างจากโคนต้นละมุดประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วทำการปลูกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะทำการปลูกละมุดอย่าน้อย 1-2 เดือน เมื่อปลูกกล้วยแล้วจะต้องดูแลรักษาสวนละมุดให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้ามีวัชพืชเกิดขึ้นก็ให้กำจัดเสีย อาจใช้จอบถาง หรือใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดพ่น เมื่อกล้วยเจริญเติบโตขึ้น สามารถตัดใบแก่ไปคลุมโคนต้นละมุดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และเป็นปุ๋ยแก่ละมุดอีกทางหนึ่ง เมื่อละมุดมีอายุ 1 ปี กล้วยก็จะเริ่มตัดเครือได้ ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้นำมาทำปุ๋ย สำหรับหน่อกล้วยที่เกิดใกล้ต้นละมุด ให้ขุดหรือทำลายเพื่อไม่ให้ต้นกล้วยชิดต้นละมุดมากเกินไป ส่วนหน่อที่ต้องการเลี้ยงไว้ควรให้ห่างออกจากโคนต้นละมุด หลังจากปลูกกล้วยเป็นพืชแซมไปแล้วประมาณ 2 ปี ให้ขุดต้นกล้วยออกให้หมดเพื่อให้ต้นละมุดมีการเจริญเติบโตเต็มที
สำหรับการปฏิบัติต่อละมุดในช่วงระหว่างที่ปลูกพืชแซมอยู่ นอกจากจะทำการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงแล้ว ในระหว่างนี้ต้นละมุดจะมีการแตกกิ่งก้านสาขา บางครั้งกิ่งล่างทึบไปต้องตัดทิ้งเสียบ้าง โดยตัดกิ่งที่อยู่เตี้ยๆ ติดกับดินออกให้หมด โดยเอากิ่งที่เอาไว้สูงจากพื้นดินประมาณ 70 เซนติเมตรเพื่อให้โคนต้นโปร่ง กิ่งข้างบนจะได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก


การดูแลรักษา

1.การให้น้ำ
ต้น ละมุดที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ จะต้องให้น้ำทุกๆวันในตอนเย็นแต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มชื้นของ ดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การ ให้น้ำละมุดที่ให้ผลผลิตแล้วจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผลแต่ อย่างใด ทั้งนี้เพราะว่าละมุดถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่ละมุดก็เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ละมุดออกดอกและดอกกำลังบานถึงแม้จะมีฝนตกใน ปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผล และในช่วงที่ผลแก่และเริ่มจะสุก หากมีฝนตกจะทำให้ความหวานลดลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังจัดว่ายังหวาน เมื่อฝนเริ่มหายความหวานก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะได้ผลที่มีความหวานที่สุดและเนื้อจะกรอบกรอบดี แต่อย่างไรก็ตามในการบังคับน้ำหรือการอดน้ำ ควรกระทำในช่วงหน้าหนาวในระยะผลแก่ก่อนจะทำการเก็บผลประมาณ 20 วัน เพื่อเร่งให้มีความหวานมากขึ้นและเนื้อกรอบ ส่วนการให้น้ำหรือบังคับน้ำเพื่อเร่งการออกดอกจะไม่ความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากละมุดมีนิสัยที่มีการติดดอกออกผลมากอยู่แล้ว ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลออกไปในแต่ละรุ่น ต้นก็จะมีการสะสมอาหารพร้อมที่จะออกดอกติดผลได้ในรุ่นต่อไป
วิธีการให้น้ำ
การ ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งนั้นควรจะให้เป็นระยะๆอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง และก่อนจะหมดฤดูฝน ผู้ปลูกควรเอาหญ้าที่ได้จากการพรวนดายหญ้ามาสุมโคนต้นเพื่อเป็นการช่วยรักษา ความชุ่มชื้นของดินไว้ให้นาน และช่วยไม่ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินน้ำที่รดลงไปก็จะมีระเหยออกมานักซึ่งเป็น การช่วยประหยัดทั้งน้ำเวลาแลละแรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. การให้ปุ๋ย
ใน ช่วงระยะการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของละมุดจะต้องการปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างลำต้น ใบ กิ่งก้านสาขา ดอกและผลเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อยู่ตลออดเวลา ดังนั้นหลังจากที่เราปลุกพืชแล้ว แม้ว่าธาตุอาหารที่มีอยู่แล้วในดินอย่างเพียงพอในพื้นที่บางแห่ง แต่พอนานๆไปธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก อันได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมก็จะถูกพืชนำไปใช้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขาดแคลนทำให้เราต้องใส่ปุ๋ยซึ่งธาตุอาหารหลักดังกล่าวจะอยู่ในรูป ของปุ๋ยอินทรีย์หรือที่เกษตรกรรู้จักกันดีในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกต่างๆ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
สำหรับ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับต้นละมุด ในปีหนึ่งๆ ควรจะใส่ให้ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 13-13-13 หรือสูตรปุ๋ยสูตรอื่น ก็ได้ที่ใกล้เคียงกันนี้ ส่วนปริมาณที่จะใส่ก็ให้ขึ้นอยู่กับสภาพดินหรือความอุดมสมบรูณ์ของต้นละมุด ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าดินดีหรือต้นละมุดอุดมสมบรูณ์ดีก็ใส่ไม่มากนัก
วิธี การใส่มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำการพรวนดินรอบๆทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงไป จากนั้นพรวนดินกลบอีกครั้งหนึ่ง หรือจะขุดเป็นร่องรอบๆทรงพุ่มของต้นแล้วใส่ปุ๋ยลงไปในร่องเอาดินที่ขุดขึ้น มากลับทับอีกทีหนึ่งก็ได้ ส่วนปุ๋ยคอกที่ใช้ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีในปีแรกๆ ควรใส่ประมาณ 1 บุ้งกี๋และปีต่อๆไปควรใส่ 2 บุ้งกี๋ต่อต้น
3.การกำจัดวัชพืช
วัชพืช ต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในสวนละมุดจะมีเป็นปัญหามากโดยเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นอยู่ บริเวณโคนต้นละมุดที่ยังมีขนนาดเล็กอยู่หรืออเพิ่งปลูกใหม่ๆ เพราะวาในระยะนี้ถ้าวัชพืชงออกขึ้นมาที่โคนต้นแล้วจะทำให้ต้นละมุดได้รับน้ำ และธาตุอาหารไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ต้นแคระแกรนได้ ทั้งนี้เนื่องจากวัชพืชจะคอยแย่งน้ำและอาหารอยู่ตลลอดเวลาดังนั้นในช่วงที่ ต้นละมุดยังเล็กอยู่หากมีวัชพืชขึ้นให้ทำการกำจัดเสียโดยการใช้จอบถากหรือ ใช้มือถอนออกเสียให้หมด วัชพืชบริเวณโคนต้นที่กำจัดออกแล้วไม่ควรนำไปทิ้งที่อื่นควรจะนำไปคลุกโคน ต้นละมุดเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินบริเวณโคนต้นและเมื่อวัชพืช เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นละมุดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันพวกวัชพืชต่างๆที่เกิดขึ้นมาในรุ่นหลังๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนวัชพืชที่เจริญอยู่ด้านนอกโคนต้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่ในทางที่ดีควรจะปลูกพืชล้มลุกชนิดอื่นๆแซมเป็นการเพิ่มรายได้และเป็นการ กำจัดวัชพืชต่างๆ




ขอบคุณเนื้อหาจาก http://writer.dek-d.com/kiree-mena/story/view.php?id=563999#ixzz1GwEXugL7

การปลูก

( 1 ) 2 3
ส้มโอ
ส้มโอ
วิธีการปลูกส้มโอ
1.ฤดูปลูกที่เหมาะสมคือ ในช่วงต้นฤดูฝน
2.ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร
3.ผสมดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกันในหลุมให้สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม
4.วางถุงต้นกล้าส้มโอลงในหลุม โดยให้ระดับของดินใ...อ่านต่อ
ส้มเขียวหวาน
ส้มเขียวหวาน
ขั้นตอนการปลูก

1. วัดระยะปลูกและกำหนดจุดปลูก โดยแถวปลูกควรอยู่บริเวณกึ่งกลางแปลงแต่ละแปลง
2. ขุดหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกกับดินที่ขุดขึ้นมา อัตราต้นละ 10 กิโลกรัม พร้อมกับปุ๋ยรอกฟอตเฟต 0.5...อ่านต่อ
มะลิ
มะลิ
1. เตรียมวัสดุเพาะชำ โดยใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1:1 บรรจุในตะกร้าพลาสติกที่เตรียมไว้ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
2. การเตรียมกิ่งพันธุ์ กิ่งที่ใช้จะเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวของกิ่งประมาณ 4 นิ้ว หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ การตัดกิ่งควรจะต...อ่านต่อ
แตงโม
แตงโม
การปลูกแตงโม

ให้แต่ละหลุมในแถวห่างกัน 90 เซนติเมตร ส่วนแถวของแตงให้ห่างจากกัน เท่ากับความยาวของราก ประมาณ 2-3 เมตร แล้วขุดหลุมในดินทรายให้ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนดินเหนียว ให้ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกคลุกเคล้า กับดินบน ใส่รองก้นหล...อ่านต่อ
มะเขือเทศ
มะเขือเทศ
การปลูก

แปลงปลูกควรไถพรวนและปรับระดับดินให้เรียบสม่ำเสมอกันแล้วยกแปลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 100 เซนติเมตร ปลูกเป็นแถวคู่ระยะระหว่างแถว 70 เซนติเมตร ระหว่างต้น 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมปลูกด้วยปุ๋ยคอกหนึ่งกระป๋องนมต่อหลุม ปุ๋ยสูตร ...อ่านต่อ
ขิง
ขิง
การปลูกขิง ใช้เหง้าขิงหรือหัวพันธุ์จากขิงแก่อายุ 10-12 เดือน เอามาผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำมาหั่นเป็นท่อนๆ ยาวท่อนละ 2 นิ้ว มีตาติดอยู่ 2-3 ตา ทำการปลูกในช่วงต้นฝนหรือก่อนฤดูฝนเล็กน้อย ในราวเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เตรียมดินโดยพรวนดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ย...อ่านต่อ
ถั่วฝักยาว
ถั่วฝักยาว
การเตรียมดิน

ยกร่องแปลงกว้าง 1-1.20 เมตร ความยาวแล้วแต่สภาพแปลง ตากดินไว้ 7-10 วัน เพื่อทำลายไข่แมลง และศัตรูบางชนิดแล้ว ไถคราด ใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก เพื่อปรับสภาพโครงสร้างดิน

การปลูกถั่วฝักยาว

ทำหลุมป...อ่านต่อ
กล้วย
กล้วย
# # วิธีการปลูก
ปลูกในที่ราบ หลังจากกำจัดวัชพืช ขุดดินตลอดทั้งสวน ตากดินไว้ประมาณ 5-7 วัน หลังจากนั้นจึงขุดหลุมขนาดความกว้าง ยา ลึก ด้านละ 50 เซนติเมตร กองดินชั้นบนไว้ทางหนึ่ง ดินชั้นล่างไว้ทางหนึ่ง เสร็จแล้วให้ไส่ดินชั้นบนลงไปก่อนพร้อมทั้งใส่ปุ...อ่านต่อ
คะน้า
คะน้า
การเตรียมดินปลูก
เนื่องจากคะน้าเป็นผักรากตื้นจึงควรขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วมาใส่ คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงสภาพทางกายภาพและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิ...อ่านต่อ
ผักกาดหอม
ผักกาดหอม
การเตรียมดิน

ผักกาดหอมเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ได้ผลดีที่สุดในดินร่วน เพราะมีการระบายน้ำและอากาศดี ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มีความชื้นในดินพอสมควร ชอบแดดจัด แปลงปลูกควรมีแสงเต็มที่ตลอดทั้งวัน ผักกาดหอมใบชอ...อ่านต่อ
ผักชี
ผักชี
การปลูก

การเตรียมดิน แปลงปลูกอาจเตรียมแบบยกร่องจีน มีคูน้ำล้อมรอบแบบยกร่องธรรมดา หรือปลูกในแปลงนา โดยการไถพรวนแล้วโรยเป็นแถว ผักชีเป็นผักที่มีระบบรากตื้น การเตรียมดินปลูกผักชีก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับการปลูกผักอื่นๆ ทั่วไป โดยขุดหรือไถพลิกดินลึก...อ่านต่อ
เงาะ
เงาะ
วิธีการปลูก

ทำได้ทั้งการขุดหลุมปลูกซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ยังไม่มีการวางระบบน้ำไว้ ก่อนปลูก วิธีนี้ดินในหลุมจะช่วยเก็บความชื้นได้ดีขึ้น และสามารถปลูกโดยวิธีไม่ต้องขุดหลุม (ปลูกแบบนั่งแท่นหรือยกโคก) เหมาะกับพื้นที่ฝนตกชุก วิธีการนี้ระบายน้ำดีน...อ่านต่อ
กุหลาบ
กุหลาบ
วิธีเตรียมดินปลูกกุหลาบ

กระถางใบใหญ่ให้เจาะรูกระถางด้านข้างใกล้ก้นกระถางเพิ่ม2รูให้ผสมดิน1ส่วนต่อขุยมะพร้าว1ส่วน

ให้ร่วนน้ำระบายได้ดีจากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือมูลค้างคาวอาจใช้กระดูกป่นถ้ามีสัก1กำมืออย่าเยอะกว่านี้คลุกส่วนผสม
...อ่านต่อ
ฟักทอง
ฟักทอง
การเตรียมดิน

การปลูกฟักทองคล้ายๆ กับแตงโม ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 ซม. เพราะเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ควรตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืชได้บ้าง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให...อ่านต่อ
แตงกวา
แตงกวา
การเตรียมดิน
ก่อนการปลูกแตงกวา ไถพรวนดินตากไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อทำลายวัชพืช และศัตรูพืชบางชนิดที่อยู่ในดิน จากนั้นจึงไถพรวนเก็บเอาเศษวัชพืชออก แล้วเตรียมแปลงขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร โดยมีความยาวตามลักษณะของพื้นที่ แล้วจึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไป ปรับโ...อ่านต่อ
พริก
พริก
เริ่มจากการเตรียมดิน ระหว่างไถพรวน ดินให้รองพื้นด้วยปูนขาว อัตรา 75 ก.ก. ต่อไร่ และปุ๋ย ไบ.โอ.ฮิวมิค.พลัส. อัตรา 50 ก.ก. ต่อไร่ แล้วรดน้ำตาม หรือจะใช้ปุ๋ยดิน ทอง อัตรา 1 แกลลอน (5 ลิตร) ต่อ 1 ไร่ รองพื้น เพื่อปรับสภาพดินและป้องกันกำจัด เชื้อที่เป...อ่านต่อ
สะระแหน่
สะระแหน่
การเตรียมดิน

ถ้าจะปลูกสะระแหน่ในภาชนะเช่น กระถางลังไม้ หรือจะปลูกเป็นสวนหย่อมประดับบ้าน ปลูกในแปลงประดับสวนเล็กๆ ที่ใช้เนื้อที่ปลูกไม่มากนักควรใช้ดินผสมที่มีส่วนผสมของดิน 2 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ทราย 1 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อย ผสมคลุกเคล้าให้เข...อ่านต่อ
ลำใย
ลำใย
การปลูก

การเตรียมพื้นที่ :
ควรเตรียมต้นพันธุ์ดีไว้ล่วงหน้า 1 ปี เตรียมหลุมปลูก ขนาด 80x80x80 ซม.ใช้ระยะปลูก 8x10 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 3-5 กก./หลุม พูนดินสูงจากปากหลุม 15 ซม.

วิธีปลูก :
วางต้นพันธุ์แล้วกลบโคนให้แน่น ทำห...อ่านต่อ

( 1 ) 2 3



© 2007 - 2014 www.flash-mini.com


เวอร์ชั่นมือถือ

© flash-mini.com || ติดต่อ จดหมาย | เฟสบุ๊คแฟลชมินิ อีเมล์ beginner_lite@yahoo.com

(ข้อความ รูปภาพ และข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ อาจเกิดจากผู้เข้าชมหรือระบบอัตโนมัติ API :: หากต้องการแจ้งลบข้อความไม่เหมาะสม หรือ แจ้งลบภาพลิขสิทธิ์ และอื่นๆ เพื่อความรวดเร็ว กรุณาแจ้ง URL หน้าเว็บดังกล่าวด้วย ขอบคุณค่ะ )