แฟลชมินิ หน้าหลัก

ละมุด ละมุด ( ผลไม้ ) ละมุด










เว็บบอร์ดฟรี โพสได้อิสระทุกเรื่อง ที่อยากคุย อยากบอก อยากแฉ อยากประชาสัมพันธ์ อยากรัก อยากด่า อยากว่า อยากบ่นอะไร ก็เชิญจ้า


เว็บอินเตอร์เปิดตัวเว็บใหม่Vwin ราคาน้ำดี ฝาก-ถอนรวดเร็ว โดย Vwin

 ขอ ID GRowtopia เทพๆหน่อยคับ โดย กิลล์

ฝีมือชน คนสร้างชาติ ep.7 ศึกคุณพ่อหัวแข็งกับลูกชายเจ้าน้ำตา โดย นู๋มาลี

กรี๊ดดดด!! ซีรีส์ฝีมือชน คนสร้างชาติ ep10 แตงกวากับเป็นไท!! >.< ฟินนนน โดย นู๋มาลี

ฝีมือชน คนสร้างชาติ ep9 อาชีวะที่ไหน ก็เพื่อนกันหมดล่ะ โดย นายพิเชษ

ฝีมือชน คนสร้างชาติ ep.6 ตอนนี้มีดราม่า น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน T^T โดย นู๋มาลี

อยากมีงานทำดีๆ มากเลยค่ะ มีที่ใหนบ้างค่ะ โดย ไปให้สุด

อ่างอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ นั่งรถเข็น อัมพฤกษ์ เพิ่มความสามารถในการดูแลตนเอง Walk-in Tub ราคาถูก[ประกาศ] โดย แซม

ฝีมือชน คนสร้างชาติ ep8 ซ่อมเครื่องสีข้าว โดย นู๋มาลี

 โปรแแกรมโกงเงินเกมFlCommando โดย อ้วน

เดรสทํางาน เดรสไปงาน คัตติ้งดี หรู ดูดี ไฮโซ งานแบรนด์ มีหลายไซต์ โดย sassypshop

จ้างทำครีม ไม่ผ่านคนกลาง ขึ้นตรงกับแล๊บ รับจดทะเบียนขึ้น อย โดย บริการรับจดทะเบียนขึ้น

จ่ายเงินสด++ 0824474499 K.Mon รับซื้อแหวนเพชร สร้อยเพชร กำไลเพชร ต่างหูเพชร ให้ราคาสูงกว่าที่อื่น[ประกาศ] โดย คุณม่อน

0824474499 K.Mon **รับซื้อนาฬิกาRolex Patek Omega Panerai Ap ให้ราคาสูงกว่าที่อื่น[ประกาศ] โดย คุณม่อน

รับซื้อทอง ทองk 18k 24k ทองคำขาว 0824474499 คุณม่อน[ประกาศ] โดย คุณม่อน

**รับซื้อเพชรแท้**ให้ราคาสูง 0824474499 คุณม่อน[ประกาศ] โดย คุณม่อน

รับซื้อRolex นาฬิกาโรเล็กซ์ 0824474499 คุณม่อน ให้ราคาสูง[ประกาศ] โดย คุณม่อน

รับซื้อเพชร แหวนเพชร เครื่องประดับเพชร 0824474499 คุณม่อน[ประกาศ] โดย คุณม่อน

แจกรหัส garena เทพเลย โดย คุ้นตา

รับซื้อแหวนเพชร เครื่องประดับทุกชนิด ให้ราคาสูง จ่ายเงินสด 0884608807[ประกาศ] โดย หนู

ส่งท้ายปีเก่า ตอนรับปีใหม่ ขอให้รวยๆเฮงๆ โดย ส.เมืองเพชร

สูตรหวยแก่จน โดย ลุงหนวด

แจกรหัสเกม zone4 ด่วนเลย โดย ไฟว์

อยากรวย โดย Ampa

ครีมปรับรูปหน้า ของแท้ ครีมหน้าเรียว ไม่ต้องฉีด ไม่เจ็บตัว โดย angelsnowhite

นิธธารา เวชสำอางค์ ปลอดภัย เซรั่มอาหารผิว ของแท้ สินค้าคุณภาพ มาตรฐานเค้าเตอร์แบรนด์ โดย นิธธารา

แอนหารหัสเพื่อ โดย แอนๆ

น้องเต่าน้อยแอน โดย คนน่ารักเหมือนเต่า

น้องเต่าน้อยแอน โดย คนน่ารักเหมือนเต่า

แอนไม่เก่งอิอิ โดย แอน



การปลูกละมุด

การปลูกละมุด
ปกติใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร
ฤดูกาลปลูก ควรเริ่มปลูกตั้งแต่ฤดูฝนไปจนถึงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
วิธีการปลูก
1. เตรียมหลุมขนาด 30×30× 30 เซนติเมตร โดยคลุกดินล่างกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยลงหลุม
2. นำกิ่งพันธุ์ละมุดที่ได้จากการตอนหรือชำมาปลูก โดยนำต้นที่นำภาชนะปลูกออกแล้ววางลงในหลุมที่ขุดไว้ ตั้งให้ตรง กลบดินเสมอกับตุ้มของกิ่งตอน การกลบดินควรใช้ดินระเอียดกลบรากให้แน่น เพื่อให้รากจับดิน รากจะได้หาอาหารได้เร็วเสร็จ
3. ปักหลักให้ชิดกับลำต้นให้หลักหยั่งลงไปในดินแล้วผูกกิ่งตอนให้ติดกับหลัก 2 เปลาะเพื่อกันลมโยก
ควรทำที่บังลมให้ด้วยเพราะการทำเพิงกันแสงแดดให้ต้นละมุดตั้งตัวและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าดินยุบควรกลบดินเสียให้เต็มอย่างเก่า
5.ระยะที่รากเริ่มเจริญละมุดจะแตกใบอ่อน ในระยะนี้ควรฉีดยาดีลดริน 50% หรือเซพวิน 85% โดยใช้ยาดังกล่าว 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายใบและยอดอ่อนของละมุด หลังจากนั้นก็ดูแลรักษาตามปกติ

การปลูกพื้นที่แซม
ละมุดเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง หลังจากปลูกใช้เวลา 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต และปลูกห่างกันพอสมควร ทำให้เหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ในระหว่างที่ละมุดยังไม่ติดผลเราสามารถปลูกพืชแซมระหว่างแถวเป็นการเพิ่มราย ได้ และช่วยบังลมให้แก่ต้นละมุดในช่วงปีแรกๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดจำนวนวัชพืชในสวนอีกมาก แต่ต้องเป็นช่วงที่ละมุดมีขนาดต้นที่เล็ก พืชที่ปลูกแซมระหว่างแถวละมุดควร เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กล้วย มะละกอ พริก มะเขือ ฟักทอง หรือพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้น
การ ปลูกกล้วยเป็นพืชแซม เมื่อกำหนดระยะปลูกของละมุดแล้ว เราต้องเตรียมหลุมเพื่อปลูกกล้วยทันที โดยมีระยะของหลุมปลูกกล้วยห่างจากโคนต้นละมุดประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วทำการปลูกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะทำการปลูกละมุดอย่าน้อย 1-2 เดือน เมื่อปลูกกล้วยแล้วจะต้องดูแลรักษาสวนละมุดให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้ามีวัชพืชเกิดขึ้นก็ให้กำจัดเสีย อาจใช้จอบถาง หรือใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดพ่น เมื่อกล้วยเจริญเติบโตขึ้น สามารถตัดใบแก่ไปคลุมโคนต้นละมุดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และเป็นปุ๋ยแก่ละมุดอีกทางหนึ่ง เมื่อละมุดมีอายุ 1 ปี กล้วยก็จะเริ่มตัดเครือได้ ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้นำมาทำปุ๋ย สำหรับหน่อกล้วยที่เกิดใกล้ต้นละมุด ให้ขุดหรือทำลายเพื่อไม่ให้ต้นกล้วยชิดต้นละมุดมากเกินไป ส่วนหน่อที่ต้องการเลี้ยงไว้ควรให้ห่างออกจากโคนต้นละมุด หลังจากปลูกกล้วยเป็นพืชแซมไปแล้วประมาณ 2 ปี ให้ขุดต้นกล้วยออกให้หมดเพื่อให้ต้นละมุดมีการเจริญเติบโตเต็มที
สำหรับการปฏิบัติต่อละมุดในช่วงระหว่างที่ปลูกพืชแซมอยู่ นอกจากจะทำการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงแล้ว ในระหว่างนี้ต้นละมุดจะมีการแตกกิ่งก้านสาขา บางครั้งกิ่งล่างทึบไปต้องตัดทิ้งเสียบ้าง โดยตัดกิ่งที่อยู่เตี้ยๆ ติดกับดินออกให้หมด โดยเอากิ่งที่เอาไว้สูงจากพื้นดินประมาณ 70 เซนติเมตรเพื่อให้โคนต้นโปร่ง กิ่งข้างบนจะได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก


การดูแลรักษา

1.การให้น้ำ
ต้น ละมุดที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ จะต้องให้น้ำทุกๆวันในตอนเย็นแต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มชื้นของ ดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การ ให้น้ำละมุดที่ให้ผลผลิตแล้วจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผลแต่ อย่างใด ทั้งนี้เพราะว่าละมุดถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่ละมุดก็เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ละมุดออกดอกและดอกกำลังบานถึงแม้จะมีฝนตกใน ปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผล และในช่วงที่ผลแก่และเริ่มจะสุก หากมีฝนตกจะทำให้ความหวานลดลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังจัดว่ายังหวาน เมื่อฝนเริ่มหายความหวานก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะได้ผลที่มีความหวานที่สุดและเนื้อจะกรอบกรอบดี แต่อย่างไรก็ตามในการบังคับน้ำหรือการอดน้ำ ควรกระทำในช่วงหน้าหนาวในระยะผลแก่ก่อนจะทำการเก็บผลประมาณ 20 วัน เพื่อเร่งให้มีความหวานมากขึ้นและเนื้อกรอบ ส่วนการให้น้ำหรือบังคับน้ำเพื่อเร่งการออกดอกจะไม่ความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากละมุดมีนิสัยที่มีการติดดอกออกผลมากอยู่แล้ว ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลออกไปในแต่ละรุ่น ต้นก็จะมีการสะสมอาหารพร้อมที่จะออกดอกติดผลได้ในรุ่นต่อไป
วิธีการให้น้ำ
การ ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งนั้นควรจะให้เป็นระยะๆอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง และก่อนจะหมดฤดูฝน ผู้ปลูกควรเอาหญ้าที่ได้จากการพรวนดายหญ้ามาสุมโคนต้นเพื่อเป็นการช่วยรักษา ความชุ่มชื้นของดินไว้ให้นาน และช่วยไม่ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินน้ำที่รดลงไปก็จะมีระเหยออกมานักซึ่งเป็น การช่วยประหยัดทั้งน้ำเวลาแลละแรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. การให้ปุ๋ย
ใน ช่วงระยะการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของละมุดจะต้องการปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างลำต้น ใบ กิ่งก้านสาขา ดอกและผลเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อยู่ตลออดเวลา ดังนั้นหลังจากที่เราปลุกพืชแล้ว แม้ว่าธาตุอาหารที่มีอยู่แล้วในดินอย่างเพียงพอในพื้นที่บางแห่ง แต่พอนานๆไปธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก อันได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมก็จะถูกพืชนำไปใช้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขาดแคลนทำให้เราต้องใส่ปุ๋ยซึ่งธาตุอาหารหลักดังกล่าวจะอยู่ในรูป ของปุ๋ยอินทรีย์หรือที่เกษตรกรรู้จักกันดีในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกต่างๆ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
สำหรับ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับต้นละมุด ในปีหนึ่งๆ ควรจะใส่ให้ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 13-13-13 หรือสูตรปุ๋ยสูตรอื่น ก็ได้ที่ใกล้เคียงกันนี้ ส่วนปริมาณที่จะใส่ก็ให้ขึ้นอยู่กับสภาพดินหรือความอุดมสมบรูณ์ของต้นละมุด ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าดินดีหรือต้นละมุดอุดมสมบรูณ์ดีก็ใส่ไม่มากนัก
วิธี การใส่มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำการพรวนดินรอบๆทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงไป จากนั้นพรวนดินกลบอีกครั้งหนึ่ง หรือจะขุดเป็นร่องรอบๆทรงพุ่มของต้นแล้วใส่ปุ๋ยลงไปในร่องเอาดินที่ขุดขึ้น มากลับทับอีกทีหนึ่งก็ได้ ส่วนปุ๋ยคอกที่ใช้ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีในปีแรกๆ ควรใส่ประมาณ 1 บุ้งกี๋และปีต่อๆไปควรใส่ 2 บุ้งกี๋ต่อต้น
3.การกำจัดวัชพืช
วัชพืช ต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในสวนละมุดจะมีเป็นปัญหามากโดยเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นอยู่ บริเวณโคนต้นละมุดที่ยังมีขนนาดเล็กอยู่หรืออเพิ่งปลูกใหม่ๆ เพราะวาในระยะนี้ถ้าวัชพืชงออกขึ้นมาที่โคนต้นแล้วจะทำให้ต้นละมุดได้รับน้ำ และธาตุอาหารไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ต้นแคระแกรนได้ ทั้งนี้เนื่องจากวัชพืชจะคอยแย่งน้ำและอาหารอยู่ตลลอดเวลาดังนั้นในช่วงที่ ต้นละมุดยังเล็กอยู่หากมีวัชพืชขึ้นให้ทำการกำจัดเสียโดยการใช้จอบถากหรือ ใช้มือถอนออกเสียให้หมด วัชพืชบริเวณโคนต้นที่กำจัดออกแล้วไม่ควรนำไปทิ้งที่อื่นควรจะนำไปคลุกโคน ต้นละมุดเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินบริเวณโคนต้นและเมื่อวัชพืช เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นละมุดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันพวกวัชพืชต่างๆที่เกิดขึ้นมาในรุ่นหลังๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนวัชพืชที่เจริญอยู่ด้านนอกโคนต้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่ในทางที่ดีควรจะปลูกพืชล้มลุกชนิดอื่นๆแซมเป็นการเพิ่มรายได้และเป็นการ กำจัดวัชพืชต่างๆ

การปลูกละมุด
ปกติใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร
ฤดูกาลปลูก ควรเริ่มปลูกตั้งแต่ฤดูฝนไปจนถึงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
วิธีการปลูก
1. เตรียมหลุมขนาด 30×30× 30 เซนติเมตร โดยคลุกดินล่างกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยลงหลุม
2. นำกิ่งพันธุ์ละมุดที่ได้จากการตอนหรือชำมาปลูก โดยนำต้นที่นำภาชนะปลูกออกแล้ววางลงในหลุมที่ขุดไว้ ตั้งให้ตรง กลบดินเสมอกับตุ้มของกิ่งตอน การกลบดินควรใช้ดินระเอียดกลบรากให้แน่น เพื่อให้รากจับดิน รากจะได้หาอาหารได้เร็วเสร็จ
3. ปักหลักให้ชิดกับลำต้นให้หลักหยั่งลงไปในดินแล้วผูกกิ่งตอนให้ติดกับหลัก 2 เปลาะเพื่อกันลมโยก
ควรทำที่บังลมให้ด้วยเพราะการทำเพิงกันแสงแดดให้ต้นละมุดตั้งตัวและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าดินยุบควรกลบดินเสียให้เต็มอย่างเก่า
5.ระยะที่รากเริ่มเจริญละมุดจะแตกใบอ่อน ในระยะนี้ควรฉีดยาดีลดริน 50% หรือเซพวิน 85% โดยใช้ยาดังกล่าว 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายใบและยอดอ่อนของละมุด หลังจากนั้นก็ดูแลรักษาตามปกติ

การปลูกพื้นที่แซม
ละมุดเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง หลังจากปลูกใช้เวลา 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต และปลูกห่างกันพอสมควร ทำให้เหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ในระหว่างที่ละมุดยังไม่ติดผลเราสามารถปลูกพืชแซมระหว่างแถวเป็นการเพิ่มราย ได้ และช่วยบังลมให้แก่ต้นละมุดในช่วงปีแรกๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดจำนวนวัชพืชในสวนอีกมาก แต่ต้องเป็นช่วงที่ละมุดมีขนาดต้นที่เล็ก พืชที่ปลูกแซมระหว่างแถวละมุดควร เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กล้วย มะละกอ พริก มะเขือ ฟักทอง หรือพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้น
การ ปลูกกล้วยเป็นพืชแซม เมื่อกำหนดระยะปลูกของละมุดแล้ว เราต้องเตรียมหลุมเพื่อปลูกกล้วยทันที โดยมีระยะของหลุมปลูกกล้วยห่างจากโคนต้นละมุดประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วทำการปลูกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะทำการปลูกละมุดอย่าน้อย 1-2 เดือน เมื่อปลูกกล้วยแล้วจะต้องดูแลรักษาสวนละมุดให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้ามีวัชพืชเกิดขึ้นก็ให้กำจัดเสีย อาจใช้จอบถาง หรือใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดพ่น เมื่อกล้วยเจริญเติบโตขึ้น สามารถตัดใบแก่ไปคลุมโคนต้นละมุดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และเป็นปุ๋ยแก่ละมุดอีกทางหนึ่ง เมื่อละมุดมีอายุ 1 ปี กล้วยก็จะเริ่มตัดเครือได้ ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้นำมาทำปุ๋ย สำหรับหน่อกล้วยที่เกิดใกล้ต้นละมุด ให้ขุดหรือทำลายเพื่อไม่ให้ต้นกล้วยชิดต้นละมุดมากเกินไป ส่วนหน่อที่ต้องการเลี้ยงไว้ควรให้ห่างออกจากโคนต้นละมุด หลังจากปลูกกล้วยเป็นพืชแซมไปแล้วประมาณ 2 ปี ให้ขุดต้นกล้วยออกให้หมดเพื่อให้ต้นละมุดมีการเจริญเติบโตเต็มที
สำหรับการปฏิบัติต่อละมุดในช่วงระหว่างที่ปลูกพืชแซมอยู่ นอกจากจะทำการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงแล้ว ในระหว่างนี้ต้นละมุดจะมีการแตกกิ่งก้านสาขา บางครั้งกิ่งล่างทึบไปต้องตัดทิ้งเสียบ้าง โดยตัดกิ่งที่อยู่เตี้ยๆ ติดกับดินออกให้หมด โดยเอากิ่งที่เอาไว้สูงจากพื้นดินประมาณ 70 เซนติเมตรเพื่อให้โคนต้นโปร่ง กิ่งข้างบนจะได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก


การดูแลรักษา

1.การให้น้ำ
ต้น ละมุดที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ จะต้องให้น้ำทุกๆวันในตอนเย็นแต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มชื้นของ ดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การ ให้น้ำละมุดที่ให้ผลผลิตแล้วจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผลแต่ อย่างใด ทั้งนี้เพราะว่าละมุดถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่ละมุดก็เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ละมุดออกดอกและดอกกำลังบานถึงแม้จะมีฝนตกใน ปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผล และในช่วงที่ผลแก่และเริ่มจะสุก หากมีฝนตกจะทำให้ความหวานลดลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังจัดว่ายังหวาน เมื่อฝนเริ่มหายความหวานก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะได้ผลที่มีความหวานที่สุดและเนื้อจะกรอบกรอบดี แต่อย่างไรก็ตามในการบังคับน้ำหรือการอดน้ำ ควรกระทำในช่วงหน้าหนาวในระยะผลแก่ก่อนจะทำการเก็บผลประมาณ 20 วัน เพื่อเร่งให้มีความหวานมากขึ้นและเนื้อกรอบ ส่วนการให้น้ำหรือบังคับน้ำเพื่อเร่งการออกดอกจะไม่ความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากละมุดมีนิสัยที่มีการติดดอกออกผลมากอยู่แล้ว ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลออกไปในแต่ละรุ่น ต้นก็จะมีการสะสมอาหารพร้อมที่จะออกดอกติดผลได้ในรุ่นต่อไป
วิธีการให้น้ำ
การ ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งนั้นควรจะให้เป็นระยะๆอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง และก่อนจะหมดฤดูฝน ผู้ปลูกควรเอาหญ้าที่ได้จากการพรวนดายหญ้ามาสุมโคนต้นเพื่อเป็นการช่วยรักษา ความชุ่มชื้นของดินไว้ให้นาน และช่วยไม่ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินน้ำที่รดลงไปก็จะมีระเหยออกมานักซึ่งเป็น การช่วยประหยัดทั้งน้ำเวลาแลละแรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. การให้ปุ๋ย
ใน ช่วงระยะการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของละมุดจะต้องการปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างลำต้น ใบ กิ่งก้านสาขา ดอกและผลเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อยู่ตลออดเวลา ดังนั้นหลังจากที่เราปลุกพืชแล้ว แม้ว่าธาตุอาหารที่มีอยู่แล้วในดินอย่างเพียงพอในพื้นที่บางแห่ง แต่พอนานๆไปธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก อันได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมก็จะถูกพืชนำไปใช้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขาดแคลนทำให้เราต้องใส่ปุ๋ยซึ่งธาตุอาหารหลักดังกล่าวจะอยู่ในรูป ของปุ๋ยอินทรีย์หรือที่เกษตรกรรู้จักกันดีในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกต่างๆ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
สำหรับ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับต้นละมุด ในปีหนึ่งๆ ควรจะใส่ให้ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 13-13-13 หรือสูตรปุ๋ยสูตรอื่น ก็ได้ที่ใกล้เคียงกันนี้ ส่วนปริมาณที่จะใส่ก็ให้ขึ้นอยู่กับสภาพดินหรือความอุดมสมบรูณ์ของต้นละมุด ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าดินดีหรือต้นละมุดอุดมสมบรูณ์ดีก็ใส่ไม่มากนัก
วิธี การใส่มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำการพรวนดินรอบๆทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงไป จากนั้นพรวนดินกลบอีกครั้งหนึ่ง หรือจะขุดเป็นร่องรอบๆทรงพุ่มของต้นแล้วใส่ปุ๋ยลงไปในร่องเอาดินที่ขุดขึ้น มากลับทับอีกทีหนึ่งก็ได้ ส่วนปุ๋ยคอกที่ใช้ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีในปีแรกๆ ควรใส่ประมาณ 1 บุ้งกี๋และปีต่อๆไปควรใส่ 2 บุ้งกี๋ต่อต้น
3.การกำจัดวัชพืช
วัชพืช ต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในสวนละมุดจะมีเป็นปัญหามากโดยเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นอยู่ บริเวณโคนต้นละมุดที่ยังมีขนนาดเล็กอยู่หรืออเพิ่งปลูกใหม่ๆ เพราะวาในระยะนี้ถ้าวัชพืชงออกขึ้นมาที่โคนต้นแล้วจะทำให้ต้นละมุดได้รับน้ำ และธาตุอาหารไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ต้นแคระแกรนได้ ทั้งนี้เนื่องจากวัชพืชจะคอยแย่งน้ำและอาหารอยู่ตลลอดเวลาดังนั้นในช่วงที่ ต้นละมุดยังเล็กอยู่หากมีวัชพืชขึ้นให้ทำการกำจัดเสียโดยการใช้จอบถากหรือ ใช้มือถอนออกเสียให้หมด วัชพืชบริเวณโคนต้นที่กำจัดออกแล้วไม่ควรนำไปทิ้งที่อื่นควรจะนำไปคลุกโคน ต้นละมุดเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินบริเวณโคนต้นและเมื่อวัชพืช เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นละมุดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันพวกวัชพืชต่างๆที่เกิดขึ้นมาในรุ่นหลังๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนวัชพืชที่เจริญอยู่ด้านนอกโคนต้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่ในทางที่ดีควรจะปลูกพืชล้มลุกชนิดอื่นๆแซมเป็นการเพิ่มรายได้และเป็นการ กำจัดวัชพืชต่างๆ




ขอบคุณเนื้อหาจาก http://writer.dek-d.com/kiree-mena/story/view.php?id=563999#ixzz1GwEXugL7

การปลูก

( 1 ) 2 3
กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลี
การปลูก
เมื่อกล้ามีอายุได้ประมาณ 25-30 วัน จึงย้ายปลูกในแปลงปลูกที่ เตรียมไว้ โดยให้มีระยะปลูก 30-40
x 30-40 เซนติเมตร การปลูกอาจปลูกเป็นแบบแถวเดียว หรือแถวคู่ก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสวน
การดูแลรักษา
1. การใส่ปุ๋ย กะหลํ่าปลีเป็น...อ่านต่อ
เงาะ
เงาะ
วิธีการปลูก

ทำได้ทั้งการขุดหลุมปลูกซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ยังไม่มีการวางระบบน้ำไว้ ก่อนปลูก วิธีนี้ดินในหลุมจะช่วยเก็บความชื้นได้ดีขึ้น และสามารถปลูกโดยวิธีไม่ต้องขุดหลุม (ปลูกแบบนั่งแท่นหรือยกโคก) เหมาะกับพื้นที่ฝนตกชุก วิธีการนี้ระบายน้ำดีน...อ่านต่อ
ผักกาดหอม
ผักกาดหอม
การเตรียมดิน

ผักกาดหอมเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ได้ผลดีที่สุดในดินร่วน เพราะมีการระบายน้ำและอากาศดี ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มีความชื้นในดินพอสมควร ชอบแดดจัด แปลงปลูกควรมีแสงเต็มที่ตลอดทั้งวัน ผักกาดหอมใบชอ...อ่านต่อ
ผักกาดขาว
ผักกาดขาว
การเตรียมดิน

1. แปลงเพาะกล้า
ควรไถดินให้ดี ตากไว้ 5-7 วัน หลังจากนั้นก็คลุกเคล้าด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วให้มากพรวน ย่อยดินให้ละเอียด โดยเฉพาะผิวหน้าดินเพื่อป้องกันมิให้เมล็ดขนาดเล็กตกในดินลึกเกินไปเมื่อ ปลูกโดยใช้วิธีหว่าน...อ่านต่อ
หอมแดง
หอมแดง
# วิธีการปลูก
1. การปลูกด้วยหัวพันธุ์ เป็นวิธีที่เกษตรกรนิยมกันมานาน แต่ต้นทุนการผลิตสูง หัวพันธุ์ต้องผ่านการฟักตัวไม่น้อยกว่า 3 เดือน จึงจะนำมาปลูกได้
2. การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ เป็นวิธีที่เกษตรกรสามารถประหยัดค่าพันธุ์ลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งขอ...อ่านต่อ
ฟักทอง
ฟักทอง
การเตรียมดิน

การปลูกฟักทองคล้ายๆ กับแตงโม ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 ซม. เพราะเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ควรตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืชได้บ้าง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให...อ่านต่อ
มะลิ
มะลิ
1. เตรียมวัสดุเพาะชำ โดยใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1:1 บรรจุในตะกร้าพลาสติกที่เตรียมไว้ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
2. การเตรียมกิ่งพันธุ์ กิ่งที่ใช้จะเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวของกิ่งประมาณ 4 นิ้ว หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ การตัดกิ่งควรจะต...อ่านต่อ
ดาวเรือง
ดาวเรือง
การปลูก

1. ไถเตรียมดิน หว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไป ประมาณ 1 ตัน/ไร่ ยกร่องแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร รดน้ำแปลงไว้ล่วงหน้า 1 วัน

2. ขุดหลุมกว้าง 15 เซนติเมตร แปลงละ 3 แถว ระยะระหว่างแถว 30 เซนติเมตร ระยะระหว่างต้น 30 เซนติเมต...อ่านต่อ
มะเขือเปราะ
มะเขือเปราะ
การเพาะกล้ามะเขือเปราะ

1.ให้เตรียมดินละเอียดพร้อมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2:1 และใส่ดินผสมดังกล่าวลงในถาดพลาสติกเพาะกล้า

2.ใช้เศษไม้เล็กๆ (ขนาดเท่าไม้จิ้มผลไม้) กดลงไปในดินที่บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกเพาะกล้า ขนาดความลึก 0.5 ซม.
...อ่านต่อ
มะละกอ
มะละกอ
การปลูกมะละกอ article

1. การเตรียมเมล็ดพันธุ์

- ต้นมะละกอมี 3 เพศคือ ต้นตัวเมียผลจะกลมป้อม, ต้น กะเทยผลจะยาว และต้นตัวผู้มีแต่ดอกเป็นสายยาวไม่มีผล การเลือกพันธุ์ให้คัดเอาแต่เมล็ดจากต้นกะเทยที่ให้ผลผลิตดี ลักษณะดี คัดเอาผลท...อ่านต่อ
กระเทียม
กระเทียม
การปลูกกระเทียม

กระเทียมปลูกโดยใช้กลีบ ซึ่งประกอบเป็นหัว นิยมใช้กลีบนอกปลูก เนื่องจากกลีบนอกมีขนาดใหญ่ จะให้กระเทียมที่มีหัวใหญ่และผลผลิตสูง การนำกระเทียมไปปลูกในฤดูฝน จะทำให้กระเทียมงอกไม่พร้อมกัน โตไม่สม่ำเสมอกัน

ขนาดของกลีบจะมีอิ...อ่านต่อ
ขนุน
ขนุน
1. การเตรียมดิน

1.1 ในที่ลุ่มน้ำท่วมถึง เช่นที่ราบลุ่มแม่น้ำต่าง ๆ การปลูกขนุนในที่ ดังกล่าวต้องยกร่องเสียก่อน เช่นเดียวกับร่องผัก หรือร่องสวนในที่ลุ่ม เพื่อป้องกัน ไม่ให้น้ำท่วมถึงโคนต้นได้ ขนาดของร่องกว้างประมาณ 4-6 เมตร คูน้ำกว้าง 1.5 เมต...อ่านต่อ
มะขาม
มะขาม
การปลูก
กำหนดหลุมปลูกในแปลงก่อน โดยใช้ระยะปลูก 8 x 8 เมตร (ระยะห่างระหว่างแถว 8 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 8 เมตร) ซึ่งจะปลูกได้ 25 ต้นต่อไร่
ควรมีการเตรียมหลุมปลูกขนาดกว้าง x ยาว x ลึก 60 x 60 x 60 เซนติเมตร ดินที่ขุดจากหลุมปลูกให้แยกเป็นสองกอง...อ่านต่อ
คะน้า
คะน้า
การเตรียมดินปลูก
เนื่องจากคะน้าเป็นผักรากตื้นจึงควรขุดดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วมาใส่ คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงสภาพทางกายภาพและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิ...อ่านต่อ
ส้มเขียวหวาน
ส้มเขียวหวาน
ขั้นตอนการปลูก

1. วัดระยะปลูกและกำหนดจุดปลูก โดยแถวปลูกควรอยู่บริเวณกึ่งกลางแปลงแต่ละแปลง
2. ขุดหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกกับดินที่ขุดขึ้นมา อัตราต้นละ 10 กิโลกรัม พร้อมกับปุ๋ยรอกฟอตเฟต 0.5...อ่านต่อ
ฝรั่ง
ฝรั่ง
การปลูก
วิธีการปลูก

1. ใช้ต้นพันธุ์ฝรั่งที่ได้จากการตอนกิ่งหรือปักชำ

2. ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
3. ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 ซม.
4. ผสมดิน ปุ๋ยคอกจำนวน 5 กิโลกรัม และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตจำนวน 500 กรัม เข้าด้วยกันใ...อ่านต่อ
แตงโม
แตงโม
การปลูกแตงโม

ให้แต่ละหลุมในแถวห่างกัน 90 เซนติเมตร ส่วนแถวของแตงให้ห่างจากกัน เท่ากับความยาวของราก ประมาณ 2-3 เมตร แล้วขุดหลุมในดินทรายให้ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนดินเหนียว ให้ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกคลุกเคล้า กับดินบน ใส่รองก้นหล...อ่านต่อ
มะม่วง
มะม่วง
วิธีปลูก
การปลูกมะม่วงไม่ว่าจะปลูกด้วยกิ่งตอน กิ่งทาบ หรือต้นที่เพาะเมล็ดก็ตาม ต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้รากขาดมาก เพราะจะทำให้ต้นชะงักการเติบโตหรือตายได้ ต้นมะม่วงที่ปลูกไว้ในภาชนะนานๆ ดินจะจับตัวกันแข็ง และรากก็พันกันไปมา เวลานำออกจาก...อ่านต่อ

( 1 ) 2 3



© 2007 - 2014 www.flash-mini.com


เวอร์ชั่นมือถือ

© flash-mini.com || ติดต่อ จดหมาย | เฟสบุ๊คแฟลชมินิ อีเมล์ beginner_lite@yahoo.com

(ข้อความ รูปภาพ และข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ อาจเกิดจากผู้เข้าชมหรือระบบอัตโนมัติ API :: หากต้องการแจ้งลบข้อความไม่เหมาะสม หรือ แจ้งลบภาพลิขสิทธิ์ และอื่นๆ เพื่อความรวดเร็ว กรุณาแจ้ง URL หน้าเว็บดังกล่าวด้วย ขอบคุณค่ะ )