แฟลชมินิ หน้าหลัก

ละมุด ละมุด ( ผลไม้ ) ละมุด








เลขเด็ดงวดนี้


ข้อมูล16/07//58 บน=3489 ล่าง=0268- เปิด ดู 3069012- ครั้ง โดย Onmyway

สูตรเด่น บน-ล่าง โดย โชคชัย

รวมแบ่งปันหวยซองอาจารย์ดังพิชิตเป้าหมายเดียวกันจ้าา โดย snownoy

ลุ้นทุกงวด โดย Tanasat

ต่างก๊ก ต่างหวัง จะเป็นผู้พิชิต งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 โดย Wangyu

รหัสเลขเด่นประจำงวด 16 ก.ค.58 *ราชาหวยไทย* งวดที่ 14 โดย ราชาหวยไทย

รวมพลคนอยากรวย รวมสูตรหวยเด็ดๆ โดย กัญ

ผิดถูกอย่าว่ากันนะ.....04 - 07 -2558 โดย บวร

แบ่งฝัน ปันรวย โดย หล่อแจกรวยสวยแจกโชค

เชิญร่วมวิเคราะห์หวยรัฐบาล 16 กรกฎาคม 2558 โดย SAYFON


หวยซองเด็ดงวดฮิต งวดวันที่ 16 ก.ค.58
( 537 ครั้ง )
หวยซองเด็ดงวดฮิต งวดวันที่ 16 ก.ค.58
หวยอาจารย์ช้าง งวดวันที่ 16 ก.ค.58
( 336 ครั้ง )
หวยอาจารย์ช้าง งวดวันที่ 16 ก.ค.58
ลาภลอย อาจารย์คง งวดวันที่ 16 ก.ค.58
( 275 ครั้ง )
ลาภลอย อาจารย์คง งวดวันที่ 16 ก.ค.58
หวยกุมารทอง วันที่ 16 กรกฎาคม 2558
( 198 ครั้ง )
หวยกุมารทอง วันที่ 16 กรกฎาคม 2558
หวยแม่จำเนียร สิบเลขขายดี งวดวันที่ 16 ก.ค.58
( 620 ครั้ง )
หวยแม่จำเนียร สิบเลขขายดี งวดวันที่ 16 ก.ค.58
เลขผีบอก ซือแป๋ งวดวันที่ 16 ก.ค.58
( 275 ครั้ง )
เลขผีบอก ซือแป๋ งวดวันที่ 16 ก.ค.58
หวยมังกรหยก งวดวันที่ 16 ก.ค. 58
( 386 ครั้ง )
หวยมังกรหยก งวดวันที่ 16 ก.ค. 58
หวยมนต์ชัย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2558
( 363 ครั้ง )
หวยมนต์ชัย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2558


บ่าย 4 โมงนี้! วอลเลย์บอลหญิงไทย ปะทะ เซอร์เบีย ศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2015 ห้ามพลาด
( 707 ครั้ง )
บ่าย 4 โมงนี้! วอลเลย์บอลหญิงไทย ปะทะ เซอร์เบีย ศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2015 ห้ามพลาด
รหัสลึกลับบนกำแพงพวกนี้ คืออะไร? ตาดีได้ ตาร้ายเสีย 2 ตัว 3 ตัว ว่ากันไป
( 953 ครั้ง )
รหัสลึกลับบนกำแพงพวกนี้ คืออะไร? ตาดีได้ ตาร้ายเสีย 2 ตัว 3 ตัว ว่ากันไป
ปริศนา น้ำแดง กม.164 คนแห่ไหว้กับความจริงที่รู้แล้วต้องเงิบ !
( 637 ครั้ง )
ปริศนา น้ำแดง กม.164 คนแห่ไหว้กับความจริงที่รู้แล้วต้องเงิบ !


แปลงค่าตารางเมตรเป็นไร่ งาน ตารางวา ออนไลน์ ฟรี

การปลูกละมุด

การปลูกละมุด
ปกติใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร
ฤดูกาลปลูก ควรเริ่มปลูกตั้งแต่ฤดูฝนไปจนถึงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
วิธีการปลูก
1. เตรียมหลุมขนาด 30×30× 30 เซนติเมตร โดยคลุกดินล่างกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยลงหลุม
2. นำกิ่งพันธุ์ละมุดที่ได้จากการตอนหรือชำมาปลูก โดยนำต้นที่นำภาชนะปลูกออกแล้ววางลงในหลุมที่ขุดไว้ ตั้งให้ตรง กลบดินเสมอกับตุ้มของกิ่งตอน การกลบดินควรใช้ดินระเอียดกลบรากให้แน่น เพื่อให้รากจับดิน รากจะได้หาอาหารได้เร็วเสร็จ
3. ปักหลักให้ชิดกับลำต้นให้หลักหยั่งลงไปในดินแล้วผูกกิ่งตอนให้ติดกับหลัก 2 เปลาะเพื่อกันลมโยก
ควรทำที่บังลมให้ด้วยเพราะการทำเพิงกันแสงแดดให้ต้นละมุดตั้งตัวและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าดินยุบควรกลบดินเสียให้เต็มอย่างเก่า
5.ระยะที่รากเริ่มเจริญละมุดจะแตกใบอ่อน ในระยะนี้ควรฉีดยาดีลดริน 50% หรือเซพวิน 85% โดยใช้ยาดังกล่าว 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายใบและยอดอ่อนของละมุด หลังจากนั้นก็ดูแลรักษาตามปกติ

การปลูกพื้นที่แซม
ละมุดเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง หลังจากปลูกใช้เวลา 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต และปลูกห่างกันพอสมควร ทำให้เหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ในระหว่างที่ละมุดยังไม่ติดผลเราสามารถปลูกพืชแซมระหว่างแถวเป็นการเพิ่มราย ได้ และช่วยบังลมให้แก่ต้นละมุดในช่วงปีแรกๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดจำนวนวัชพืชในสวนอีกมาก แต่ต้องเป็นช่วงที่ละมุดมีขนาดต้นที่เล็ก พืชที่ปลูกแซมระหว่างแถวละมุดควร เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กล้วย มะละกอ พริก มะเขือ ฟักทอง หรือพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้น
การ ปลูกกล้วยเป็นพืชแซม เมื่อกำหนดระยะปลูกของละมุดแล้ว เราต้องเตรียมหลุมเพื่อปลูกกล้วยทันที โดยมีระยะของหลุมปลูกกล้วยห่างจากโคนต้นละมุดประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วทำการปลูกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะทำการปลูกละมุดอย่าน้อย 1-2 เดือน เมื่อปลูกกล้วยแล้วจะต้องดูแลรักษาสวนละมุดให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้ามีวัชพืชเกิดขึ้นก็ให้กำจัดเสีย อาจใช้จอบถาง หรือใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดพ่น เมื่อกล้วยเจริญเติบโตขึ้น สามารถตัดใบแก่ไปคลุมโคนต้นละมุดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และเป็นปุ๋ยแก่ละมุดอีกทางหนึ่ง เมื่อละมุดมีอายุ 1 ปี กล้วยก็จะเริ่มตัดเครือได้ ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้นำมาทำปุ๋ย สำหรับหน่อกล้วยที่เกิดใกล้ต้นละมุด ให้ขุดหรือทำลายเพื่อไม่ให้ต้นกล้วยชิดต้นละมุดมากเกินไป ส่วนหน่อที่ต้องการเลี้ยงไว้ควรให้ห่างออกจากโคนต้นละมุด หลังจากปลูกกล้วยเป็นพืชแซมไปแล้วประมาณ 2 ปี ให้ขุดต้นกล้วยออกให้หมดเพื่อให้ต้นละมุดมีการเจริญเติบโตเต็มที
สำหรับการปฏิบัติต่อละมุดในช่วงระหว่างที่ปลูกพืชแซมอยู่ นอกจากจะทำการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงแล้ว ในระหว่างนี้ต้นละมุดจะมีการแตกกิ่งก้านสาขา บางครั้งกิ่งล่างทึบไปต้องตัดทิ้งเสียบ้าง โดยตัดกิ่งที่อยู่เตี้ยๆ ติดกับดินออกให้หมด โดยเอากิ่งที่เอาไว้สูงจากพื้นดินประมาณ 70 เซนติเมตรเพื่อให้โคนต้นโปร่ง กิ่งข้างบนจะได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก


การดูแลรักษา

1.การให้น้ำ
ต้น ละมุดที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ จะต้องให้น้ำทุกๆวันในตอนเย็นแต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มชื้นของ ดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การ ให้น้ำละมุดที่ให้ผลผลิตแล้วจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผลแต่ อย่างใด ทั้งนี้เพราะว่าละมุดถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่ละมุดก็เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ละมุดออกดอกและดอกกำลังบานถึงแม้จะมีฝนตกใน ปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผล และในช่วงที่ผลแก่และเริ่มจะสุก หากมีฝนตกจะทำให้ความหวานลดลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังจัดว่ายังหวาน เมื่อฝนเริ่มหายความหวานก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะได้ผลที่มีความหวานที่สุดและเนื้อจะกรอบกรอบดี แต่อย่างไรก็ตามในการบังคับน้ำหรือการอดน้ำ ควรกระทำในช่วงหน้าหนาวในระยะผลแก่ก่อนจะทำการเก็บผลประมาณ 20 วัน เพื่อเร่งให้มีความหวานมากขึ้นและเนื้อกรอบ ส่วนการให้น้ำหรือบังคับน้ำเพื่อเร่งการออกดอกจะไม่ความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากละมุดมีนิสัยที่มีการติดดอกออกผลมากอยู่แล้ว ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลออกไปในแต่ละรุ่น ต้นก็จะมีการสะสมอาหารพร้อมที่จะออกดอกติดผลได้ในรุ่นต่อไป
วิธีการให้น้ำ
การ ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งนั้นควรจะให้เป็นระยะๆอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง และก่อนจะหมดฤดูฝน ผู้ปลูกควรเอาหญ้าที่ได้จากการพรวนดายหญ้ามาสุมโคนต้นเพื่อเป็นการช่วยรักษา ความชุ่มชื้นของดินไว้ให้นาน และช่วยไม่ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินน้ำที่รดลงไปก็จะมีระเหยออกมานักซึ่งเป็น การช่วยประหยัดทั้งน้ำเวลาแลละแรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. การให้ปุ๋ย
ใน ช่วงระยะการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของละมุดจะต้องการปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างลำต้น ใบ กิ่งก้านสาขา ดอกและผลเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อยู่ตลออดเวลา ดังนั้นหลังจากที่เราปลุกพืชแล้ว แม้ว่าธาตุอาหารที่มีอยู่แล้วในดินอย่างเพียงพอในพื้นที่บางแห่ง แต่พอนานๆไปธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก อันได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมก็จะถูกพืชนำไปใช้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขาดแคลนทำให้เราต้องใส่ปุ๋ยซึ่งธาตุอาหารหลักดังกล่าวจะอยู่ในรูป ของปุ๋ยอินทรีย์หรือที่เกษตรกรรู้จักกันดีในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกต่างๆ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
สำหรับ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับต้นละมุด ในปีหนึ่งๆ ควรจะใส่ให้ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 13-13-13 หรือสูตรปุ๋ยสูตรอื่น ก็ได้ที่ใกล้เคียงกันนี้ ส่วนปริมาณที่จะใส่ก็ให้ขึ้นอยู่กับสภาพดินหรือความอุดมสมบรูณ์ของต้นละมุด ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าดินดีหรือต้นละมุดอุดมสมบรูณ์ดีก็ใส่ไม่มากนัก
วิธี การใส่มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำการพรวนดินรอบๆทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงไป จากนั้นพรวนดินกลบอีกครั้งหนึ่ง หรือจะขุดเป็นร่องรอบๆทรงพุ่มของต้นแล้วใส่ปุ๋ยลงไปในร่องเอาดินที่ขุดขึ้น มากลับทับอีกทีหนึ่งก็ได้ ส่วนปุ๋ยคอกที่ใช้ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีในปีแรกๆ ควรใส่ประมาณ 1 บุ้งกี๋และปีต่อๆไปควรใส่ 2 บุ้งกี๋ต่อต้น
3.การกำจัดวัชพืช
วัชพืช ต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในสวนละมุดจะมีเป็นปัญหามากโดยเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นอยู่ บริเวณโคนต้นละมุดที่ยังมีขนนาดเล็กอยู่หรืออเพิ่งปลูกใหม่ๆ เพราะวาในระยะนี้ถ้าวัชพืชงออกขึ้นมาที่โคนต้นแล้วจะทำให้ต้นละมุดได้รับน้ำ และธาตุอาหารไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ต้นแคระแกรนได้ ทั้งนี้เนื่องจากวัชพืชจะคอยแย่งน้ำและอาหารอยู่ตลลอดเวลาดังนั้นในช่วงที่ ต้นละมุดยังเล็กอยู่หากมีวัชพืชขึ้นให้ทำการกำจัดเสียโดยการใช้จอบถากหรือ ใช้มือถอนออกเสียให้หมด วัชพืชบริเวณโคนต้นที่กำจัดออกแล้วไม่ควรนำไปทิ้งที่อื่นควรจะนำไปคลุกโคน ต้นละมุดเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินบริเวณโคนต้นและเมื่อวัชพืช เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นละมุดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันพวกวัชพืชต่างๆที่เกิดขึ้นมาในรุ่นหลังๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนวัชพืชที่เจริญอยู่ด้านนอกโคนต้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่ในทางที่ดีควรจะปลูกพืชล้มลุกชนิดอื่นๆแซมเป็นการเพิ่มรายได้และเป็นการ กำจัดวัชพืชต่างๆ

การปลูกละมุด
ปกติใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร
ฤดูกาลปลูก ควรเริ่มปลูกตั้งแต่ฤดูฝนไปจนถึงกลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด
วิธีการปลูก
1. เตรียมหลุมขนาด 30×30× 30 เซนติเมตร โดยคลุกดินล่างกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1 ปุ้งกี๋ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเกลี่ยลงหลุม
2. นำกิ่งพันธุ์ละมุดที่ได้จากการตอนหรือชำมาปลูก โดยนำต้นที่นำภาชนะปลูกออกแล้ววางลงในหลุมที่ขุดไว้ ตั้งให้ตรง กลบดินเสมอกับตุ้มของกิ่งตอน การกลบดินควรใช้ดินระเอียดกลบรากให้แน่น เพื่อให้รากจับดิน รากจะได้หาอาหารได้เร็วเสร็จ
3. ปักหลักให้ชิดกับลำต้นให้หลักหยั่งลงไปในดินแล้วผูกกิ่งตอนให้ติดกับหลัก 2 เปลาะเพื่อกันลมโยก
ควรทำที่บังลมให้ด้วยเพราะการทำเพิงกันแสงแดดให้ต้นละมุดตั้งตัวและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว
4. รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าดินยุบควรกลบดินเสียให้เต็มอย่างเก่า
5.ระยะที่รากเริ่มเจริญละมุดจะแตกใบอ่อน ในระยะนี้ควรฉีดยาดีลดริน 50% หรือเซพวิน 85% โดยใช้ยาดังกล่าว 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ปีบ ฉีดเพื่อป้องกันแมลงที่จะมาทำลายใบและยอดอ่อนของละมุด หลังจากนั้นก็ดูแลรักษาตามปกติ

การปลูกพื้นที่แซม
ละมุดเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง หลังจากปลูกใช้เวลา 3 ปีกว่าจะให้ผลผลิต และปลูกห่างกันพอสมควร ทำให้เหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ในระหว่างที่ละมุดยังไม่ติดผลเราสามารถปลูกพืชแซมระหว่างแถวเป็นการเพิ่มราย ได้ และช่วยบังลมให้แก่ต้นละมุดในช่วงปีแรกๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดจำนวนวัชพืชในสวนอีกมาก แต่ต้องเป็นช่วงที่ละมุดมีขนาดต้นที่เล็ก พืชที่ปลูกแซมระหว่างแถวละมุดควร เป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น กล้วย มะละกอ พริก มะเขือ ฟักทอง หรือพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่นั้น
การ ปลูกกล้วยเป็นพืชแซม เมื่อกำหนดระยะปลูกของละมุดแล้ว เราต้องเตรียมหลุมเพื่อปลูกกล้วยทันที โดยมีระยะของหลุมปลูกกล้วยห่างจากโคนต้นละมุดประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วทำการปลูกให้เร็วที่สุดก่อนที่จะทำการปลูกละมุดอย่าน้อย 1-2 เดือน เมื่อปลูกกล้วยแล้วจะต้องดูแลรักษาสวนละมุดให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้ามีวัชพืชเกิดขึ้นก็ให้กำจัดเสีย อาจใช้จอบถาง หรือใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดพ่น เมื่อกล้วยเจริญเติบโตขึ้น สามารถตัดใบแก่ไปคลุมโคนต้นละมุดเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดิน และเป็นปุ๋ยแก่ละมุดอีกทางหนึ่ง เมื่อละมุดมีอายุ 1 ปี กล้วยก็จะเริ่มตัดเครือได้ ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้นำมาทำปุ๋ย สำหรับหน่อกล้วยที่เกิดใกล้ต้นละมุด ให้ขุดหรือทำลายเพื่อไม่ให้ต้นกล้วยชิดต้นละมุดมากเกินไป ส่วนหน่อที่ต้องการเลี้ยงไว้ควรให้ห่างออกจากโคนต้นละมุด หลังจากปลูกกล้วยเป็นพืชแซมไปแล้วประมาณ 2 ปี ให้ขุดต้นกล้วยออกให้หมดเพื่อให้ต้นละมุดมีการเจริญเติบโตเต็มที
สำหรับการปฏิบัติต่อละมุดในช่วงระหว่างที่ปลูกพืชแซมอยู่ นอกจากจะทำการกำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ฉีดยาป้องกันโรคและแมลงแล้ว ในระหว่างนี้ต้นละมุดจะมีการแตกกิ่งก้านสาขา บางครั้งกิ่งล่างทึบไปต้องตัดทิ้งเสียบ้าง โดยตัดกิ่งที่อยู่เตี้ยๆ ติดกับดินออกให้หมด โดยเอากิ่งที่เอาไว้สูงจากพื้นดินประมาณ 70 เซนติเมตรเพื่อให้โคนต้นโปร่ง กิ่งข้างบนจะได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก


การดูแลรักษา

1.การให้น้ำ
ต้น ละมุดที่เพิ่งปลูกใหม่ๆ จะต้องให้น้ำทุกๆวันในตอนเย็นแต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มชื้นของ ดินและสภาพแวดล้อมต่างๆ
การ ให้น้ำละมุดที่ให้ผลผลิตแล้วจะไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผลแต่ อย่างใด ทั้งนี้เพราะว่าละมุดถึงแม้จะทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่ละมุดก็เป็นไม้ผลที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ละมุดออกดอกและดอกกำลังบานถึงแม้จะมีฝนตกใน ปริมาณที่ไม่มากนักก็ไม่กระทบกระเทือนต่อการออกดอกติดผล และในช่วงที่ผลแก่และเริ่มจะสุก หากมีฝนตกจะทำให้ความหวานลดลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังจัดว่ายังหวาน เมื่อฝนเริ่มหายความหวานก็จะกลับเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนช่วงฤดูแล้งจะได้ผลที่มีความหวานที่สุดและเนื้อจะกรอบกรอบดี แต่อย่างไรก็ตามในการบังคับน้ำหรือการอดน้ำ ควรกระทำในช่วงหน้าหนาวในระยะผลแก่ก่อนจะทำการเก็บผลประมาณ 20 วัน เพื่อเร่งให้มีความหวานมากขึ้นและเนื้อกรอบ ส่วนการให้น้ำหรือบังคับน้ำเพื่อเร่งการออกดอกจะไม่ความจำเป็น ทั้งนี้เนื่องจากละมุดมีนิสัยที่มีการติดดอกออกผลมากอยู่แล้ว ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลออกไปในแต่ละรุ่น ต้นก็จะมีการสะสมอาหารพร้อมที่จะออกดอกติดผลได้ในรุ่นต่อไป
วิธีการให้น้ำ
การ ให้น้ำในช่วงฤดูแล้งนั้นควรจะให้เป็นระยะๆอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง และก่อนจะหมดฤดูฝน ผู้ปลูกควรเอาหญ้าที่ได้จากการพรวนดายหญ้ามาสุมโคนต้นเพื่อเป็นการช่วยรักษา ความชุ่มชื้นของดินไว้ให้นาน และช่วยไม่ให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินน้ำที่รดลงไปก็จะมีระเหยออกมานักซึ่งเป็น การช่วยประหยัดทั้งน้ำเวลาแลละแรงงานได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. การให้ปุ๋ย
ใน ช่วงระยะการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของละมุดจะต้องการปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆ เพื่อใช้ในการสร้างลำต้น ใบ กิ่งก้านสาขา ดอกและผลเหมือนพืชชนิดอื่นๆ อยู่ตลออดเวลา ดังนั้นหลังจากที่เราปลุกพืชแล้ว แม้ว่าธาตุอาหารที่มีอยู่แล้วในดินอย่างเพียงพอในพื้นที่บางแห่ง แต่พอนานๆไปธาตุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะธาตุอาหารหลัก อันได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมก็จะถูกพืชนำไปใช้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขาดแคลนทำให้เราต้องใส่ปุ๋ยซึ่งธาตุอาหารหลักดังกล่าวจะอยู่ในรูป ของปุ๋ยอินทรีย์หรือที่เกษตรกรรู้จักกันดีในรูปของปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกต่างๆ ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
สำหรับ การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับต้นละมุด ในปีหนึ่งๆ ควรจะใส่ให้ 2 ครั้งร่วมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ 13-13-13 หรือสูตรปุ๋ยสูตรอื่น ก็ได้ที่ใกล้เคียงกันนี้ ส่วนปริมาณที่จะใส่ก็ให้ขึ้นอยู่กับสภาพดินหรือความอุดมสมบรูณ์ของต้นละมุด ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้าดินดีหรือต้นละมุดอุดมสมบรูณ์ดีก็ใส่ไม่มากนัก
วิธี การใส่มีหลายวิธีด้วยกัน เช่น ทำการพรวนดินรอบๆทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงไป จากนั้นพรวนดินกลบอีกครั้งหนึ่ง หรือจะขุดเป็นร่องรอบๆทรงพุ่มของต้นแล้วใส่ปุ๋ยลงไปในร่องเอาดินที่ขุดขึ้น มากลับทับอีกทีหนึ่งก็ได้ ส่วนปุ๋ยคอกที่ใช้ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีในปีแรกๆ ควรใส่ประมาณ 1 บุ้งกี๋และปีต่อๆไปควรใส่ 2 บุ้งกี๋ต่อต้น
3.การกำจัดวัชพืช
วัชพืช ต่างๆ ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในสวนละมุดจะมีเป็นปัญหามากโดยเฉพาะวัชพืชที่ขึ้นอยู่ บริเวณโคนต้นละมุดที่ยังมีขนนาดเล็กอยู่หรืออเพิ่งปลูกใหม่ๆ เพราะวาในระยะนี้ถ้าวัชพืชงออกขึ้นมาที่โคนต้นแล้วจะทำให้ต้นละมุดได้รับน้ำ และธาตุอาหารไม่เพียงพอเป็นเหตุให้ต้นแคระแกรนได้ ทั้งนี้เนื่องจากวัชพืชจะคอยแย่งน้ำและอาหารอยู่ตลลอดเวลาดังนั้นในช่วงที่ ต้นละมุดยังเล็กอยู่หากมีวัชพืชขึ้นให้ทำการกำจัดเสียโดยการใช้จอบถากหรือ ใช้มือถอนออกเสียให้หมด วัชพืชบริเวณโคนต้นที่กำจัดออกแล้วไม่ควรนำไปทิ้งที่อื่นควรจะนำไปคลุกโคน ต้นละมุดเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ดินบริเวณโคนต้นและเมื่อวัชพืช เน่าเปื่อยก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นละมุดอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันพวกวัชพืชต่างๆที่เกิดขึ้นมาในรุ่นหลังๆ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนวัชพืชที่เจริญอยู่ด้านนอกโคนต้นจะปล่อยทิ้งไว้ก็ได้ แต่ในทางที่ดีควรจะปลูกพืชล้มลุกชนิดอื่นๆแซมเป็นการเพิ่มรายได้และเป็นการ กำจัดวัชพืชต่างๆ




ขอบคุณเนื้อหาจาก http://writer.dek-d.com/kiree-mena/story/view.php?id=563999#ixzz1GwEXugL7

การปลูก

( 1 ) 2 3
มะเขือเปราะ
มะเขือเปราะ
การเพาะกล้ามะเขือเปราะ

1.ให้เตรียมดินละเอียดพร้อมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2:1 และใส่ดินผสมดังกล่าวลงในถาดพลาสติกเพาะกล้า

2.ใช้เศษไม้เล็กๆ (ขนาดเท่าไม้จิ้มผลไม้) กดลงไปในดินที่บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกเพาะกล้า ขนาดความลึก 0.5 ซม.
...อ่านต่อ
ฝรั่ง
ฝรั่ง
การปลูก
วิธีการปลูก

1. ใช้ต้นพันธุ์ฝรั่งที่ได้จากการตอนกิ่งหรือปักชำ

2. ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน
3. ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 ซม.
4. ผสมดิน ปุ๋ยคอกจำนวน 5 กิโลกรัม และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตจำนวน 500 กรัม เข้าด้วยกันใ...อ่านต่อ
ผักกาดขาว
ผักกาดขาว
การเตรียมดิน

1. แปลงเพาะกล้า
ควรไถดินให้ดี ตากไว้ 5-7 วัน หลังจากนั้นก็คลุกเคล้าด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วให้มากพรวน ย่อยดินให้ละเอียด โดยเฉพาะผิวหน้าดินเพื่อป้องกันมิให้เมล็ดขนาดเล็กตกในดินลึกเกินไปเมื่อ ปลูกโดยใช้วิธีหว่าน...อ่านต่อ
ผักกาดหอม
ผักกาดหอม
การเตรียมดิน

ผักกาดหอมเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ได้ผลดีที่สุดในดินร่วน เพราะมีการระบายน้ำและอากาศดี ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มีความชื้นในดินพอสมควร ชอบแดดจัด แปลงปลูกควรมีแสงเต็มที่ตลอดทั้งวัน ผักกาดหอมใบชอ...อ่านต่อ
มะกรูด
มะกรูด
วิธีปลูก

เตรียม ดินที่มีสภาพร่วนสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ อาจจะผสมปุ๋ยคอกและมะพร้าวสับลงไป จากนั้นใช้เมล็ดพันธุ์ มาปลูกลงในดินหรือไม่ก็ใช้ต้นกล้าเล็ก ๆ สัก 1-3 ต้น มาลงต่อ 1กระถาง เสร็จแล้ว ควรหาหลักไม้มาปัก เพื่อยึดลำต้นให้ตรงเสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม...อ่านต่อ
มะละกอ
มะละกอ
การปลูกมะละกอ article

1. การเตรียมเมล็ดพันธุ์

- ต้นมะละกอมี 3 เพศคือ ต้นตัวเมียผลจะกลมป้อม, ต้น กะเทยผลจะยาว และต้นตัวผู้มีแต่ดอกเป็นสายยาวไม่มีผล การเลือกพันธุ์ให้คัดเอาแต่เมล็ดจากต้นกะเทยที่ให้ผลผลิตดี ลักษณะดี คัดเอาผลท...อ่านต่อ
กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลี
การปลูก
เมื่อกล้ามีอายุได้ประมาณ 25-30 วัน จึงย้ายปลูกในแปลงปลูกที่ เตรียมไว้ โดยให้มีระยะปลูก 30-40
x 30-40 เซนติเมตร การปลูกอาจปลูกเป็นแบบแถวเดียว หรือแถวคู่ก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสวน
การดูแลรักษา
1. การใส่ปุ๋ย กะหลํ่าปลีเป็น...อ่านต่อ
ฟักทอง
ฟักทอง
การเตรียมดิน

การปลูกฟักทองคล้ายๆ กับแตงโม ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 ซม. เพราะเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ควรตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืชได้บ้าง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให...อ่านต่อ
มะพร้าวน้ำหอม
มะพร้าวน้ำหอม
วิธีการปลูก
การเตรียมที่ปลูก
ที่ลุ่ม
พื้นที่ลุ่มน้ำท่วมขังจำเป็นต้องยกร่องให้สูงกว่าระดับน้ำ ไม่น้อยกว่า 50 ซม. คันร่อง กว้าง 5-8 เมตร ร่องลึก 1 เมตร กว้าง1 1/2 - 2 เมตร
ที่ดอน
ถ้าเป็นพื้นที่รกร้าง ต้องถางให้เตียน โค่นต้นไม้และขุด...อ่านต่อ
มะขาม
มะขาม
การปลูก
กำหนดหลุมปลูกในแปลงก่อน โดยใช้ระยะปลูก 8 x 8 เมตร (ระยะห่างระหว่างแถว 8 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 8 เมตร) ซึ่งจะปลูกได้ 25 ต้นต่อไร่
ควรมีการเตรียมหลุมปลูกขนาดกว้าง x ยาว x ลึก 60 x 60 x 60 เซนติเมตร ดินที่ขุดจากหลุมปลูกให้แยกเป็นสองกอง...อ่านต่อ
น้อยหน่า
น้อยหน่า
วิธีการปลูก


1. ควรปลูกในช่วงฤดูฝน
2. ควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้าง ยาวและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร
3. ผสมดิน ปุ๋ยคอกจำนวน 5 กิโลกรัม และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตจำนวน 5 กิโลกรัม ประมาณ 500 กรัม เข้าด้วยกันในหลุมสูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม
4. ...อ่านต่อ
มะเขือเทศ
มะเขือเทศ
การปลูก

แปลงปลูกควรไถพรวนและปรับระดับดินให้เรียบสม่ำเสมอกันแล้วยกแปลงให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร กว้าง 100 เซนติเมตร ปลูกเป็นแถวคู่ระยะระหว่างแถว 70 เซนติเมตร ระหว่างต้น 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมปลูกด้วยปุ๋ยคอกหนึ่งกระป๋องนมต่อหลุม ปุ๋ยสูตร ...อ่านต่อ
มะนาว
มะนาว
วิธีการปลูก

ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงประมาญ 2 ใน 3 ของหลุม ยกถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่า ระดับดิน...อ่านต่อ
สะระแหน่
สะระแหน่
การเตรียมดิน

ถ้าจะปลูกสะระแหน่ในภาชนะเช่น กระถางลังไม้ หรือจะปลูกเป็นสวนหย่อมประดับบ้าน ปลูกในแปลงประดับสวนเล็กๆ ที่ใช้เนื้อที่ปลูกไม่มากนักควรใช้ดินผสมที่มีส่วนผสมของดิน 2 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน ทราย 1 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อย ผสมคลุกเคล้าให้เข...อ่านต่อ
พริก
พริก
เริ่มจากการเตรียมดิน ระหว่างไถพรวน ดินให้รองพื้นด้วยปูนขาว อัตรา 75 ก.ก. ต่อไร่ และปุ๋ย ไบ.โอ.ฮิวมิค.พลัส. อัตรา 50 ก.ก. ต่อไร่ แล้วรดน้ำตาม หรือจะใช้ปุ๋ยดิน ทอง อัตรา 1 แกลลอน (5 ลิตร) ต่อ 1 ไร่ รองพื้น เพื่อปรับสภาพดินและป้องกันกำจัด เชื้อที่เป...อ่านต่อ
มะม่วง
มะม่วง
วิธีปลูก
การปลูกมะม่วงไม่ว่าจะปลูกด้วยกิ่งตอน กิ่งทาบ หรือต้นที่เพาะเมล็ดก็ตาม ต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้รากขาดมาก เพราะจะทำให้ต้นชะงักการเติบโตหรือตายได้ ต้นมะม่วงที่ปลูกไว้ในภาชนะนานๆ ดินจะจับตัวกันแข็ง และรากก็พันกันไปมา เวลานำออกจาก...อ่านต่อ
เงาะ
เงาะ
วิธีการปลูก

ทำได้ทั้งการขุดหลุมปลูกซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ยังไม่มีการวางระบบน้ำไว้ ก่อนปลูก วิธีนี้ดินในหลุมจะช่วยเก็บความชื้นได้ดีขึ้น และสามารถปลูกโดยวิธีไม่ต้องขุดหลุม (ปลูกแบบนั่งแท่นหรือยกโคก) เหมาะกับพื้นที่ฝนตกชุก วิธีการนี้ระบายน้ำดีน...อ่านต่อ
แตงกวา
แตงกวา
การเตรียมดิน
ก่อนการปลูกแตงกวา ไถพรวนดินตากไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อทำลายวัชพืช และศัตรูพืชบางชนิดที่อยู่ในดิน จากนั้นจึงไถพรวนเก็บเอาเศษวัชพืชออก แล้วเตรียมแปลงขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร โดยมีความยาวตามลักษณะของพื้นที่ แล้วจึงใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไป ปรับโ...อ่านต่อ

( 1 ) 2 3
แปลงค่าตารางเมตรเป็นไร่ งาน ตารางวา ออนไลน์ ฟรี



© 2007 - 2015 www.flash-mini.com


เวอร์ชั่นมือถือ

© flash-mini.com || ติดต่อ จดหมาย | เฟสบุ๊คแฟลชมินิ อีเมล์ beginner_lite@yahoo.com

(ข้อความ รูปภาพ และข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ อาจเกิดจากผู้เข้าชมหรือระบบอัตโนมัติ API :: หากต้องการแจ้งลบข้อความไม่เหมาะสม หรือ แจ้งลบภาพลิขสิทธิ์ และอื่นๆ เพื่อความรวดเร็ว กรุณาแจ้ง URL หน้าเว็บดังกล่าวด้วย ขอบคุณค่ะ )