ความคิดเห็นล่าสุด

A day we met frozen I held my breathe Right from the start I knew that ive found a home for my heart.... วันที่เราได้พบกัน เวลาก็เหมือนถูกแช่แข็งไว้ ฉันกลั้นหายใจ ตั้งแต่แรกเริ่ม ฉันรุ้ทันที่ว่าฉันได้เจอบ้านสำหรับหัวใจฉันแล้ว Heart beats fast Colors and promises How do be brave How can I love when Im afraid To fall But watching you stand alone All of my doubt Suddenly goes away somehow หัวใจเต้นรัว สีสัน และ คำสัญญา ฉันจะเข้มแข็งได้ยังไง ฉันจะมีความรักได้ยังไงหากฉันยังหวาดกลัว ที่จะตกหลุมรัก แต่แค่เพียงฉันมองดูเธอยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว ความกลัวของฉัน ก็มลายหายไปหมดสิ้น One step closer ก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด I have died everyday waiting for you Darling, don be afraid I have loved you for a Thousand years Ill love you for a Thousand more ฉันเหมือนจะตายทุกๆวัน เพื่อรอเธอ ที่รัก อย่ากลัวไปเลย ฉันหลงรักเธอมา เป็นพันๆปีแล้ว และฉันจะรักเธอ ไปอีกพันๆปีต่อไป Time stands still Beauty in all she is I will be brave I will not let anything Take away whats standing in front of me Every breath, Every hour has come to this เวลาหยุดหมุน เพราะความงดงามในตัวเธอ ฉันจะเข้มแข็ง ฉันจะไม่ยอมให้มีอะไร พรากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉันไป ทุกๆลมหายใจ ทุกๆชั่วโมงที่ฉันมีชีวิตอยู่ ก็เพื่อสิ่งนี้ One step closer ก้าวเข้ามาใกล้อีกหน่อย I have died everyday Waiting for you Darling, don be afraid I have loved you for a Thousand years Ill love you for a Thousand more ฉันเหมือนจะตายทุกๆวัน เพื่อรอเธอ ที่รัก อย่ากลัวไปเลย ฉันรักเธอมา เป็นพันๆปีแล้ว และฉันจะรักเธอ ไปอีกพันๆปีต่อไป And all along I believed I would find you Time has brought Your heart to me I have loved you for a Thousand years Ill love you for a Thousand more และฉันเชื่อมาตลอด ว่าฉันจะได้พบเธอ เวลาได้นำพา หัวใจของเธอมาหาฉัน ฉันรักเธอมา พันๆปีแล้ว และฉันจะรักเธอ ไปอีกพันๆปีต่อไป One step closer ก้าวเข้ามาใกล้อีกหน่อย One step closer ก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด I have died everyday Waiting for you Darling, don be afraid, I have loved you for a Thousand years Ill love you for a Thousand more ฉันเหมือนจะตายทุกๆวัน เพื่อรอเธอ ที่รัก อย่ากลัวไปเลย ฉันหลงรักเธอมา เป็นพันๆปีแล้ว และฉันจะรักเธอ ไปอีกพันๆปีต่อไป And all along I believed I would find you Time has brought Your heart to me I have loved you for a Thousand years Ill love you for a Thousand more และฉันเชื่อมาตลอด ว่าฉันจะได้พบเธอ เวลาได้นำพา หัวใจของเธอมาหาฉัน ฉันรักเธอมา พันๆปีแล้ว และฉันจะรักเธอ ไปอีกพันๆปีต่อไป [ comments ฉันเอง ]
You shout it out But I can hear a word you say Im talking loud not saying much Im criticized but all your bullets ricochet You shoot me down, but I get up เธอตะโกนออกมา แต่ฉันไม่ได้ยินซักคำที่เธอพูดเลย ฉันไม่ได้แคร์เลย ฉันถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา แต่กระสุนเหล่านั้นมันกระเด็นกลับไปหมด เธอยิงฉัน แต่ฉันก็ลุกขึ้นมาใหม่ได้ Im bulletproof, nothing to lose Fire away, fire away Ricochet, you take your aim Fire away, fire away You shoot me down but I won fall I am titanium You shoot me down but I won fall I am titanium ฉันน่ะมันไร้เทียมทาน ไม่มีอะไรให้อีกเสียอีกแล้ว ยิงออกไป ยิงออกไป สะท้อนกลับไป เธอโดนกระสุนตัวเอง ยิงออกไป ยิงกระสุนออกไป เธอยิงฉัน แต่ฉันไม่ล้มลงง่ายๆหรอก ฉันน่ะคือไทเทเนียม เธอยิงฉัน แต่ฉันไม่ล้มลงง่ายๆหรอก ฉันน่ะคือไทเทเนียม Cut me down But its you who have further to fall Ghost town, haunted love Raise your voice, sticks and stones may break my bones Im talking loud not saying much ทำลายฉันดูสิ เธอนั่นแหละที่จะเป็นคนล้มลง เมืองวิญญาณ ความรักที่ตามหลอกหลอน ส่งเสียงออกมา ท่อนไม้และก้อนหินอาจจะทำร้ายฉันได้ แต่ฉันก็ไม่ได้แคร์ Im bulletproof, nothing to lose Fire away, fire away Ricochet, you take your aim Fire away, fire away You shoot me down but I won fall I am titanium You shoot me down but I won fall I am titanium I am titanium I am titanium ฉันน่ะมันไร้เทียมทาน ไม่มีอะไรให้อีกเสียอีกแล้ว ยิงออกไป ยิงออกไป สะท้อนกลับไป เธอโดนกระสุนตัวเอง ยิงออกไป ยิงกระสุนออกไป เธอยิงฉัน แต่ฉันไม่ล้มลงง่ายๆหรอก ฉันน่ะคือไทเทเนียม เธอยิงฉัน แต่ฉันไม่ล้มลงง่ายๆหรอก ฉันน่ะคือไทเทเนียม Stone-hard, machine gun Firing at the ones who run Stone-hard, those bulletproof glass หินแข็ง ปืนกล กราดยิงใส่ผู้ที่วิ่งหนี หินแข็ง กระจกกันกระสุนพวกนั้น You shoot me down but I won fall I am titanium You shoot me down but I won fall I am titanium You shoot me down but I won fall I am titanium You shoot me down but I won fall I am titanium I am titanium เธอยิงฉัน แต่ฉันไม่ล้มลงง่ายๆหรอก ฉันน่ะคือไทเทเนียม เธอยิงฉัน แต่ฉันไม่ล้มลงง่ายๆหรอก ฉันน่ะคือไทเทเนียม [ comments ฉันเอง ]
I can believe I had to see The girl of my dreams cheating on me The pain you caused has left me dead inside Im gonna make sure you regret that night ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะต้องมาเห็น ผู้หญิงในฝันของฉันหักหลังฉัน ความเจ็บปวดที่เธอสร้างไว้มันทำให้ใจฉันตายไปเลย ฉันจะทำให้เธอเสียดายคืนวันเหล่านั้น I feel you close, I feel you breathe And now its like you e here You e haunting me You e out of line You e out of sight You e the reason that we started this fight ฉันรู้สึกใกล้ชิดกับเธอ รู้สึกถึงลมหายใจของเธอ มันเหมือนว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ เธอตามหลอกหลอนฉัน เธอไปไกลแสนไกล เธออยู่ไกลเกินกว่าที่ฉันจะมองเห็นแล้ว เธอคือเหตุผลที่เราเริ่มต่อสู้กัน But I know I just gotta let it go I shoulda known I gotta learn to say goodbye now I throw my armour down And leave the battleground For the final time now I know Im running from a warzone แต่ฉันน่าจะรู้ว่าฉันควรจะปล่อยวาง ฉันน่าจะรู้ ฉันควรจะเรียนรู้ที่จะบอกลาได้แล้ว ฉันทิ้งเกราะป้องกันตัวเองไป และเดินหนีไปจากสนามรบนี้ เพื่อครั้งสุดท้าย ฉันกำลังวิ่งหนีไปจากสนามรบ In our house, I hate that place Everywhere I walk I see your face Try to erase a memory with a flame And hope I never see you again Standing here in this burning room You know the end could never come so soon Its clear to me the lies you use The ones that kill me ain hurting you บ้านของเรา ฉันเกลียดที่นั่น ทุกๆที่ที่ฉันเดินไป ฉันเห็นใบหน้าของเธอ พยายามจะลบความทรงจำนั้นด้วยเปลวเพลิง และหวังว่าฉันจะไม่ได้พบเจอเธออีก ยืนอยู่ในห้องที่ไฟกำลังลุกโชนนี้ รู้มั้ยว่าจุดจบคงไม่เข้ามาเยือนเร็วขนาดนี้ มันชัดเจนสำหรับฉันแล้วว่าคำโกหกที่เธอใช้ คำที่ฆ่าฉันได้นั้น มันไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้านเลย So I know I just gotta let it go I shoulda known I gotta learn to say goodbye now I throw my armour down And leave the battleground For the final time now I know Im running from a warzone แต่ฉันน่าจะรู้ว่าฉันควรจะปล่อยวาง ฉันน่าจะรู้ ฉันควรจะเรียนรู้ที่จะบอกลาได้แล้ว ฉันทิ้งเกราะป้องกันตัวเองไป และเดินหนีไปจากสนามรบนี้ เพื่อครั้งสุดท้าย ฉันกำลังวิ่งหนีไปจากสนามรบ Im running from a warzone I can do this anymore Im running from a warzone What are we fighting for? Im running from a warzone ฉันกำลังวิ่งหนีไปจากสนามรบนี้ ฉันสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันกำลังวิ่งหนีไปจากสนามรบนี้ เราจะสู้กันไปทำไม ฉันกำลังวิ่งหนีไปจากสนามรบนี้ I know I just gotta let it go I shoulda known I gotta learn to say goodbye now I throw my armour down And leave the battleground For the final time now I know Im running from a warzone แต่ฉันน่าจะรู้ว่าฉันควรจะปล่อยวาง ฉันน่าจะรู้ ฉันควรจะเรียนรู้ที่จะบอกลาได้แล้ว ฉันทิ้งเกราะป้องกันตัวเองไป และเดินหนีไปจากสนามรบนี้ เพื่อครั้งสุดท้าย ฉันกำลังวิ่งหนีไปจากสนามรบ [ comments ฉันเอง ]
Taylor Swift - Red สีแดง Loving him is like driving a new Maserati down a dead-end street รักกับเขาคือการขับรถมาเซราติไปสู่ทางตัน Faster than the wind, passionate as sin ending so suddenly เร็วกว่าสายลม รุนแรงเหมือนบาป จบลงอย่างรวดเร็ว Loving him is like trying to change your mind once you e already flying through the free fall รักกับเขาคือการพยายามเปลี่ยนใจในเวลาที่เราถลำลึกไปแล้ว Like the colors in autumn, so bright just before they lose it all เหมือนสีสันในฤดูใบไม้ร่วง สวยงามเพียงชั่วครู่ก่อนจะสูญสลายไป Losing him was blue like Id never known การสูญเสียเขาไปมันช่างเศร้า(เหมือนสีน้ำเงิน)อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน Missing him was dark grey all alone การคิดถึงเขามันคือความมืดมน(เหมือนสีเทา)และโดดเดี่ยว Forgetting him was like trying to know somebody you never met การจะลืมเขาก็เหมือนกับการจะต้องรู้จักกับคนที่คุณไม่เคยเจอ But loving him was red, Loving him was red แต่รักกับเขามันช่างมีความสุข(เหมือนสีแดง) Touching him was like realizing all you ever wanted was right there in front of you การได้สัมผัสเขาทำให้คุณรู้ว่าทุกสิ่งที่คุณต้องการมาอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว Memorizing him was as easy as knowing all the words to your old favorite song การจดจำเขามันช่างง่ายดายเหมือนการที่คุณจำเพลงโปรดเพลงเก่าได้ทุกคำขึ้นใจ Fighting with him was like trying to solve a crossword and realizing theres no right answer การทะเลาะกับเขาคือการพยายามแก้ปริศนาอักษรไขว้จนกระทั่งรู้ว่ามันไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง Regretting him was like wishing you never found out that love could be that strong การเสียใจเรื่องเขาคือตอนที่คุณหวังว่าคุณไม่น่าพบว่า ความรักจะมีพลังได้ขนาดนั้น Losing him was blue like Id never known การสูญเสียเขาไปมันช่างเศร้า(เหมือนสีน้ำเงิน)อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน Missing him was dark grey all alone การคิดถึงเขามันคือความมืดมน(เหมือนสีเทา)และโดดเดี่ยว Forgetting him was like trying to know somebody you never met การจะลืมเขาก็เหมือนกับการจะต้องรู้จักกับคนที่คุณไม่เคยเจอ But loving him was red, Loving him was red แต่รักกับเขามันช่างมีความสุข(เหมือนสีแดง) Remembering him comes in flashbacks and echoes จดจำเขาได้จากภาพและเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ในหัว Tell myself its time now, gotta let go บอกกับตัวเองว่าถึงเวลาที่จะต้องปล่อยมันไปแล้ว But moving on from him is impossible แต่การก้าวต่อไปโดยปราศจากเขามันเป็นไปไม่ได้เลย When I still see it all in my head ในขณะที่ฉันยังจดจำทุกอย่างได้ Burning red, Loving him was red มันเผาไหม้เป็นสีแดง การรักกับเขามันช่างมีความสุข(เหมือนสีแดง) Losing him was blue like Id never known การสูญเสียเขาไปมันช่างเศร้า(เหมือนสีน้ำเงิน)อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน Missing him was dark grey all alone การคิดถึงเขามันคือความมืดมน(เหมือนสีเทา)และโดดเดี่ยว Forgetting him was like trying to know somebody you never met การจะลืมเขาก็เหมือนกับการจะต้องรู้จักกับคนที่คุณไม่เคยเจอ But loving him was red, Loving him was red แต่รักกับเขามันช่างมีความสุข(เหมือนสีแดง) And thats why hes spinnin ound in my head นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยังวนเวียนอยู่ในใจของฉัน Comes back to me, burning red Yeah, yeah กลับมาหาฉันเถอะ ให้มันเผาไหม้เป็นสีแดง His love was like driving a new Maserati down a dead-end street รักของเขาคือการขับรถมาเซราติไปสู่ทางตัน [ comments ฉันเอง ]
The Script - Six Degrees Of Separation หกขั้นของการเลิกกัน Youve read the books, youve watched the shows เธออ่านหนังสือ ดูรายการทีวี Whats the best way no one knows ไม่มีใครรู้วิธีที่ดีที่สุด Meditate, get hypnotized นั่งสมาธิ รักษาด้วยการสะกดจิต Anything to take from your mind but it won go ทำอะไรก็ตามให้เลิกคิด แต่มันก็...หยุดไม่ได้ You e doing all these things out of desperation เธอกำลังทำทุกอย่างด้วยความสิ้นหวัง You e going through six degrees of separation เธอกำลังเจอกับหกขั้นของการเลิกกัน You hit the drink, you take a toke เธอไปนั่งดื่ม โยนเหรียญทำนาย Watch the past go up in smoke มองดูอดีตที่กลายเป็นเพียงหมอกควัน Fake a smile, lie and say that ทำเป็นยิ้มและโกหกว่า You e better now than ever, and your lifes okay when its not, no เธอดีขึ้นแล้ว ชีวิตที่เป็นอยู่ก็โอเคดี ทั้งๆที่จริง...มันไม่ใช่ You e doing all these things out of desperation เธอกำลังทำทุกอย่างด้วยความสิ้นหวัง You e going through six degrees of separation เธอกำลังเจอกับหกขั้นของการเลิกกัน First, you think the worst is a broken heart ขั้นแรก เธอคิดว่าสิ่งที่แย่ที่สุดคือตอนที่หัวใจสลาย Whats gonna kill you is the second part แต่สิ่งที่จะฆ่าเธอคือขั้นที่สอง And the third is when your world splits down the middle ขั้นที่สาม คือตอนที่โลกของเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆ And fourth, you e gonna think that you fixed yourself ขั้นที่สี่ เธอคิดว่าเธอจะดีขึ้นเอง Fifth, you see them out with someone else ขั้นที่ห้า เธอเห็นเขาอยู่กับคนอื่น And the sixth, is when you admit that you may have fucked up a little และขั้นที่หก คือตอนที่เธอยอมรับได้ว่ามันก็แค่ช่วงชีวิตห่วยๆเท่านั้น (Oh no there ain no help, its every man for himself) ไม่มีอะไรช่วยได้ มันเป็นเรื่องที่เราต้องผ่านมันไปด้วยตัวเอง (No no there ain no help, its every man for himself) ไม่มีอะไรช่วยได้ มันเป็นเรื่องที่เราต้องผ่านมันไปด้วยตัวเอง You tell your friends, strangers too เธอระบายกับเพื่อนๆ และแม้แต่คนแปลกหน้า Anyone wholl throw an arm around you ใครก็ตามที่สามารถจะโอบกอดเธอได้ Tarot cards, gems and stones ดูไพ่ยิปซี แร่และหินทำนาย Believing all that shit is gonna heal your soul, well its not, no เชื่อว่าไอ้เรื่องแบบนั้นมันจะเยียวยาตัวเธอได้...แต่มันไม่ You e only doing things out of desperation เธอกำลังทำทุกอย่างด้วยความสิ้นหวัง You e going through six degrees of separation เธอกำลังเจอกับหกขั้นของการเลิกกัน First, you think the worst is a broken heart ขั้นแรก เธอคิดว่าสิ่งที่แย่ที่สุดคือตอนที่หัวใจสลาย Whats gonna kill you is the second part แต่สิ่งที่จะฆ่าเธอคือขั้นที่สอง And the third is when your world splits down the middle ขั้นที่สาม คือตอนที่โลกของเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆ And fourth, you e gonna think that you fixed yourself ขั้นที่สี่ เธอคิดว่าเธอจะดีขึ้นเอง Fifth, you see them out with someone else ขั้นที่ห้า เธอเห็นเขาอยู่กับคนอื่น And the sixth, is when you admit that you may have fucked up a little และขั้นที่หก คือตอนที่เธอยอมรับได้ว่ามันก็แค่ช่วงชีวิตห่วยๆเท่านั้น No theres no starting over, without finding closure, ไม่มีการเริ่มต้นใหม่ หากไม่จบเรื่องเดิมๆเสียก่อน Youd take them back no hesitation เมื่อไหร่ที่ยอมรับได้อย่างไม่ลังเลใจ Thats when you know youve reached the sixth degree of separation นั่นล่ะ คือตอนที่เธอถึงขั้นที่หกของการเลิกกัน No theres no starting over, without finding closure, ไม่มีการเริ่มต้นใหม่ หากไม่จบเรื่องเดิมๆเสียก่อน Youd take them back no hesitation เมื่อไหร่ที่ยอมรับได้อย่างไม่ลังเลใจ Thats when you know youve reached the sixth degree of separation นั่นล่ะ คือตอนที่เธอถึงขั้นที่หกของการเลิกกัน First, you think the worst is a broken heart ขั้นแรก เธอคิดว่าสิ่งที่แย่ที่สุดคือตอนที่หัวใจสลาย Whats gonna kill you is the second part แต่สิ่งที่จะฆ่าเธอคือขั้นที่สอง And the third is when your world splits down the middle ขั้นที่สาม คือตอนที่โลกของเธอแตกออกเป็นเสี่ยงๆ And fourth, you e gonna think that you fixed yourself ขั้นที่สี่ เธอคิดว่าเธอจะดีขึ้นเอง Fifth, you see them out with someone else ขั้นที่ห้า เธอเห็นเขาอยู่กับคนอื่น And the sixth, is when you admit that you may have fucked up a little และขั้นที่หก คือตอนที่เธอยอมรับได้ว่ามันก็แค่ช่วงชีวิตห่วยๆเท่านั้น [ comments ฉันเอง ]
Imagine Dragons เป็นวงอินดี้ร็อคจากเวกัส กับเพลง Its Time เพลงที่แปลออกมาเป็นภาษาไทยยากมากๆ แต่โดยรวมแล้ว เพลงนี้พูดถึงการพยายามเป็นอย่างที่ใครๆหวัง แต่หลังจากได้ลองเปลี่ยนตัวเองกลับพบว่า ไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนของตนเองได้ สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ที่จะภูมิใจในตัวของตัวเอง Imagine Dragons - Its Time ได้เวลาแล้ว So this is what you meant งั้นนี่คงเป็นอย่างที่เธอตั้งใจ When you said that you were spent เมื่อเธอบอกว่าหมดเวลาของเธอแล้ว And now its time to build from the bottom of the pit และตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องสร้างบางอย่างขึ้นมาตั้งแต่จากก้นหลุม Right to the top ไปจนถึงจุดบนสุด Don hold back อย่าได้รีรอ Packing my bags and giving the academy a rain check เก็บข้าวของแล้วเลื่อนเวลาที่ต้องไปเรียนออกไป * I don ever want to let you down ฉันไม่เคยคิดอยากทำให้เธอเสียใจ I don ever want to leave this town ฉันไม่เคยคิดอยากจะไปจากเมืองนี้ Cause after all เพราะในที่สุดแล้ว This city never sleeps at night เมืองนี้ไม่เคยหลับใหลแม้ในยามราตรี ** Its time to begin, isn it? ได้เวลาเริ่มต้นแล้วใช่มั้ย I get a little bit bigger, but then Ill admit ฉันได้เติบใหญ่ขึ้น แต่ก็ขอยอมรับว่า Im just the same as I was ฉันก็ยังคงเป็นคนเดิม Now don you understand นี่เธอไม่เข้าใจหรอ That Im never changing who I am ว่าฉันไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวตนของฉันเลย So this is where you fell and I am left to sell งั่นนี่ก็คงเป็นจุดที่เธอผิด และฉันก็ถูกทิ้งให้เผชิญ The path to heaven runs through miles of clouded hell หนทางสู่สวรรค์ที่ต้องผ่านนรกที่เต็มไปด้วยหมอกเป็นระยะทางไกล Right to the top ไปจนถึงจุดสูงสุด Don look back อย่าได้หันกลับไป Turning to rags and giving the commodities a rain check กลายเป็นคนเจ้าโมโห และไม่สนใจกับทรัพย์สมบัติใด [*,**,**] This road never looked so lonely ถนนนี้ไม่เคยดูเปล่าเปลี่ยวขนาดนี้ This house doesn burn down slowly บ้านหลังนี้ไม่เคยไหม้ไฟอย่างช้าๆ To ashes, to ashes จนกลายเป็นเถ้าถ่าน [**,**] [ comments ฉันเอง ]
Shine bright like a diamond Shine bright like a diamond ส่องประกายแวววาวดั่งเพชรพลอย Find light in the beautiful sea I choose to be happy You and I, you and I We’re like diamonds in the sky ตามหาประกายแสงในห้วงทะเลอันงดงาม ฉันเลือกที่จะมีความสุข เธอกับฉัน เธอและฉัน เรานั้นเหมือนอัญมณีกลางท้องนภา You’re a shooting star I see A vision of ecstasy When you hold me, I’m alive We’re like diamonds in the sky เธอคือดาวตก ฉันเห็น... ภาพแห่งความสุข เมื่อเธอกอดฉัน ฉันก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เรานั้นเหมือนอัญมณีกลางท้องนภา I knew that we’d become one right away Oh, right away At first sight I felt the energy of sun rays I saw the life inside your eyes ฉันรู้ว่าเราทั้งสองจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันทันที ทันทีทันใด ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเธอ ฉันก็รู้สึกได้ถึงรังสีจากดวงตะวัน ฉันมองเห็นชีวิตในดวงตาของเธอ So shine bright tonight, you and I We’re beautiful like diamonds in the sky Eye to eye, so alive We’re beautiful like diamonds in the sky เปล่งประกายเหลือเกิน เธอและฉัน เราทั้งสองนั้นงดงามดั่งอัญมณีกลางท้องนภา ตาจ้องตา เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา เราทั้งสองนั้นงดงามดั่งอัญมณีกลางท้องนภา Shine bright like a diamond Shine bright like a diamond Shine bright like a diamond We’re beautiful like diamonds in the sky Shine bright like a diamond Shine bright like a diamond Shine bright like a diamond We’re beautiful like diamonds in the sky เปล่งประกายดั่งเพชรพลอย เราทั้งสองนั้นงดงามดั่งอัญมณีกลางท้องนภา Palms rise to the universe As we moonshine and molly Feel the warmth, we’ll never die We’re like diamonds in the sky ชูมือขึ้นสู่จักรวาล ขณะที่เราดื่ม Moonshine และเสพ Molly รู้สึกถึงความอบอุ่น เราจะไม่มีวันตายจากกัน เราสองคืออัญมณีกลางท้องนภา You’re a shooting star I see A vision of ecstasy When you hold me, I’m alive We’re like diamonds in the sky เธอคือดาวตก ฉันเห็น... ภาพแห่งความสุข เมื่อเธอกอดฉัน ฉันก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เรานั้นเหมือนอัญมณีกลางท้องนภา [ comments ฉันเอง ]
You put in over time, over night, doing everything I like, go for ride yeah You hold me close, please me tight, look me deep inside my eyes, baby don we love here But nothing can compare to when you kiss me there And I cant lie when I lie I your arms baby I feel so sexy So boy just take your time, send chills down my spine You’re one of a kind, that’s why I gotta make you mine Boy you turn me on, got me feeling hot Now Im really goin I like my kisses down low Makes me arch my back When you gave it to me slow Baby just like that I like my kisses down low Makes me arch my back When you gave it to me slow Baby just like that Baby get a little rough thas okay Baby go ahead do your thang, ride away And I love it when we misbehave Me and you together babe, we can do anything Boy, if someone could see the way you kiss on me Oh they wont believe it, cause even I don believe it but I love the way Im feeling So boy just take your time, send chills down my spine You’re one of a kind, that’s why I gotta make you mine Boy you turn me on, got me feeling hot Now Im really goin I like my kisses down low Makes me arch my back When you gave it to me slow Baby just like that I like my kisses down low Makes me arch my back When you gave it to me slow Baby just like that Speed it up, heat it up, let it go, let it go, let it go Till I get, get enough, you never know, never know, never know I like that there, yeah that there, A little more to the left So boy just take your time, send chills down my spine You’re one of a kind, that’s why I gotta make you mine Boy you turn me on, got me feeling hot Now Im really goin I like my kisses down low Makes me arch my back When you gave it to me slow Baby just like that I like my kisses down low Makes me arch my back When you gave it to me slow Baby just like that - See more at: http://mv2you.blogspot.com/2013/03/mv-kelly-rowland-kisses-down-low.html#sthash.EuCAkBVt.dpuf [ comments ฉันเอง ]
Feet don fail me now Take me to the finish line All my heart, it breaks every step that I take But Im hoping that the gates, Theyll tell me that you e mine Walking through the city streets Is it by mistake or design? I feel so alone on a Friday night Can you make it feel like home, if I tell you you e mine Its like I told you honey เท้าของฉันอย่าเพิ่งหมดแรงลงตอนนี้ โปรดพาฉันไปให้ถึงเส้นชัยที ใจของฉันแตกสลายทุกๆย่างที่ก้าวเดิน แต่ก็หวังว่า ณ ที่แห่งนั้น จะกระซิบบอกกันว่าเธอเป็นของฉันแล้ว เดินเรื่อยไปตามท้องถนน มันเกิดขึ้นเองหรือกำหนดไว้แล้วกัน ฉันรู้สึกอ้างว้างเดียวดายในคืนวันศุกร์ เธอจะช่วยปลอบโยนฉันทีได้ไหม หากฉันจะบอกเธอว่าเธอเป็นของๆฉัน อย่างที่ฉันบอกไงล่ะที่รัก Don make me sad, don make me cry Sometimes love is not enough and the road gets tough I don know why Keep making me laugh, Lets go get high The road is long, we carry on Try to have fun in the meantime อย่าทำให้ฉันเสียใจ อย่าทำให้ฉันร้องไห้ บางครั้งความรักไม่อาจเพียงพอ และหนทางเริ่มลำบากยิ่งขึ้น ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไม คอยสร้างเสียงหัวเราะให้ฉัน มาเมามายไปด้วยกัน หนทางยังยาวไกล เราจะก้าวเดินไป พยายามสนุกกับช่วงเวลานี้ดีกว่า Come and take a walk on the wild side Let me kiss you hard in the pouring rain You like your girls insane Choose your last words This is the last time Cause you and I, we were born to die มาเถอะ เดินไปด้วยกันกับฉัน ขอฉันจูบเธอท่ามกลางฝนโปรย เธอช่างเหมือนหญิงสาวผู้คลั่งรัก เลือกคำสุดท้ายของเธอไว้ เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะเธอกับฉัน เราเกิดมาเพื่อตายไงล่ะ Lost but now I am found I can see but once I was blind I was so confused as a little child Tried to take what I could get Scared that I couldn find All the answers, honey ครั้งหนึ่งฉันเคยสูญเสียไปแต่ฉันก็หามันเจอ ครั้งหนึ่งตาฉันเคยมืดบอดแต่ฉันก็มองเห็นอีกครั้ง ฉันรู้สึกสับสนราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา เหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่มี หวาดกลัวกับสิ่งที่ไม่เคยพบเจอ คำตอบทั้งหมดนั้นหรือ ที่รัก Don make me sad, don make me cry Sometimes love is not enough and the road gets tough I don know why Keep making me laugh, Lets go get high The road is long, we carry on Try to have fun in the meantime อย่าทำให้ฉันเสียใจ อย่าทำให้ฉันร้องไห้ บางครั้งความรักไม่อาจเพียงพอ และหนทางเริ่มลำบากยิ่งขึ้น ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไม คอยสร้างเสียงหัวเราะให้ฉัน มาเมามายไปด้วยกัน หนทางยังยาวไกล เราจะก้าวเดินไป พยายามสนุกกับช่วงเวลานี้ดีกว่า Come and take a walk on the wild side Let me kiss you hard in the pouring rain You like your girls insane Choose your last words This is the last time Cause you and I, we were born to die มาเถอะ เดินไปด้วยกันกับฉัน ขอฉันจูบเธอท่ามกลางฝนโปรย เธอช่างเหมือนหญิงสาวผู้คลั่งรัก เลือกคำสุดท้ายของเธอไว้ เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะเธอกับฉัน เราเกิดมาเพื่อตายไงล่ะ [ comments ฉันเอง ]

เว็บ



 















© เว็บไซต์ โดย
มีผู้เข้าชม 5453151 ครั้ง