ความกตัญญู




ความคิดเห็นล่าสุด

นิทานอีสป เรื่อง เเม่กวางกับลูก มีเเม่กวางตัวหนึ่งพาลูกน้อยออกไปหาอาหารที่ชายป่า ครั้นพอได้ยิน เสียงหมาล่าเนื้อ เเม่กวางก็รีบชวนลูกวิ่งหนีเตลิด เข้าป่าทันที ลูกกวางจึงถามเเม่ว่า ทำไมเเม่ต้องกลัวหมาล่าเนื้อด้วยล่ะจ๊ะ ในเมื่อเเม่ ตัวโตกว่า ว่องไวกว่า เเล้วก็ยังมีเขาเเหลมๆ ที่เจ้าหมา ไม่มีอีกด้วย เเม่กวางฟังเเล้วก็ถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบอกลูก ตามตรงว่า เเม่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องกลัวมัน เเต่เห็นสัตว์อื่นๆ ก็กลัวมันนะลูก เเค่ได้ยินเสียงมันเห่ามาเเต่ไกล ก็ต้องวิ่ง ทุกทีเลยล่ะจ้ะ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนที่ไม่เคยคิดจะสู้ ย่อมมีเเต่ความกลัวตลอดไป [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง แม่ตุ่นกับลูกตุ่น มีเเม่ตุ่นตัวหนึ่งเพิ่งคลอดลูกตุ่นตัวน้อยๆหน้าตาน่ารัก เเต่ว่า ลูกตุ่นนั้นยังไม่ทันจะลืมตาได้ก็เริ่มโอ้อวดว่า เเม่จ๊ะ เเม่จ๋า ลูกมองเห็นเเล้วล่ะ เห็นชัดเลยจ้ะ เเม่ตุ่นประหลาดใจนัก จึงทดสอบด้วยการเอากำยานก้อนหนึ่ง มาวางต่อหน้าเเล้วถามว่า เเล้วนี่ล่ะจ๊ะ ลูกมองเห็นไหม บอกเเม่ซิว่าคืออะไร ลูกตุ่นมองไม่เห็นก็ตอบมั่วๆ ว่า ก้อนหินไงล่ะจ๊ะเเม่ เเม่ตุ่นจึงตำหนิลูกว่า ลูกจ๋า ตาของลูกยังมองไม่เห็น จมูกก็ยังไม่ได้กลิ่นอีกด้วย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การชอบโอ้อวดเกินจริง จะทำให้ผู้อื่นเห็นข้อบกพร่องในด้านอื่นๆ ของเราเพิ่มขึ้น [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง ผู้ใหญ่ช่างสอน ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ว่ายน้ำไม่เป็น ช่วยหนูด้วย เสียงเด็กน้อยที่พลัดตกลงในแม่น้ำร้องตะโกนให้ช่วย ขณะนั้นมีผู้ใหญ่คนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เมื่อได้ยินเสียงร้อง ของเด็กจึงไปที่ริมฝั่งเเม่น้ำเเล้วอบรมสั่งสอนว่า หนูช่างซุกซนเหลือเกินนะ ถ้ารู้ตัวว่าว่ายน้ำไม่เป็นเเล้วมาเล่น ริมน้ำทำไม ไม่คิดหรือว่าถ้าตกลงไปใครจะมาช่วย เด็กน้อยพยายามตะโกนตอบไปว่า คุณน้าจ๋า ช่วยหนูขึ้นไปก่อน เเล้วค่อยอบรมได้หรือไม่ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ช่วยเเก้ปัญหาให้เขาได้เสียก่อน เเล้วค่อยสั่งสอนเขา ดีกว่าสั่งสอนหรือซ้ำเติมคนที่กำลังประสบปัญหา [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง นางเเมวมีรัก ครั้งหนึ่ง เมื่อนางแมวสาว เกิดถูกตาต้องใจหนุ่มชาวมนุษย์คนหนึ่ง เกิดเป็นความรักขึ้น นางเเมวจึงได้วิงวอนขอร้องพระพรหมว่า ขอให้ท่านเมตตา เสกให้หม่อมฉันกลายเป็นหญิงสาวด้วย เถิดเพคะ หม่อมฉันหลงรักชายหนุ่มผู้นั้นเหลือเกิน พระพรหมเวทนาในนางแมว จึงเสกให้นางเเมวกลายเป็นคน ถ้าอยากเป็นคน ก็ต้องเป็นให้ตลอดนะ พระพรหมตรัสเเล้วก็คอยส่องทิพยเนตรดูนางเเมวต่อไป วันหนึ่งนางเเมวในร่างหญิงสาวกำลังพรอดรักกับชายหนุ่มผู้นั้น อย่างหวานชื่น ครั้นมีหนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านมา หญิงสาวก็ กระโดดเข้าตะครุบหนูมากินในทันใด พระพรหมทรงทราบด้วย ทิพเนตร จึงทรงสาปให้หญิงสาวกลับร่างเป็นนางเเมวดังเดิม นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ยากที่ผู้ใดจะละทิ้งสันดานเดิม [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง ลากับม้าทหาร นิทานอีสปเรื่องนี้ คิดตามแล้วซึ้งมากๆเลยแฝงคติให้ได้คิด เหมือน พุทธศาสนาที่กล่าวว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แปลว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตน มีลาตัวหนึ่งเเบกสัมภาระอันหนักอึ้งไว้บนหลัง ขณะเดินทางเข้าประตูเมืองอย่างเชื่องช้า หลีกทางไป เจ้าลาสกปรก ม้าทหารงามสง่า ตวาดไล่ด้วยเสียงอันดัง ลาจึงหลีกทางให้ พลางเฝ้ามองดู ม้าทหารผู้งามสง่าอยู่ในเครื่องประดับเต็มยศอย่างโก้หรูนั้น เยื้องย่างผ่านไป เมื่อย้อนมองดูตนเองเเล้ว ลาก็ได้เเต่ถอนใจนึกอิจฉาในลาภยศของม้าทหารตัวนั้น เวลาผ่านไป หลังจากม้าทหารได้รับบาดเจ็บในสนามรบ เเละมิอาจออกสนามได้อีก มันก็ถูกส่งมาทำงานหนักในไร่ในนา ต้องลากเกวียนที่บรรทุกสัมภาระหนักๆ ทุกวันอย่างตรากตรำ ลาจึงได้มองอดีตม้าทหารอย่างเวทนา เเละเข้าใจชีวิตได้มากขึ้น นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่หลงในยศศักดิ์ เมื่อตกต่ำเเล้วมักโดดเดี่ยวเเละเจ็บปวด ไม่ควรค่าเเก่การที่เราจะอิจฉา [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง สองเกลอกับขวาน มีชายสองคนเป็นเพื่อนเกลอกันและได้ร่วมเดินทางกันจนพบขวานเล่มหนึ่งตกอยู่ ขวานเล่มนี้เป็นต้องเป็นของข้าเพราะข้าพบก่อนชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น พลางก้มลงหยิบขวานมาถือไว้ เราสองคนเจอพร้อมกันนะ จะว่าเจ้าพบก่อนได้อย่างไรกัน ชายอีกคนแย้งขึ้นมาทันที บังเอิญขณะนั้นชายเจ้าของขวานผ่านมาจึงเอ่ยขึ้นว่า อยู่นั่นเอง ขโมยที่ลักขวานของข้าไป\ ตายเเล้วพวกเรา ชายที่ถือขวานร่ำร้อง เพื่อนเกลอของเขาจึงรีบกล่าวว่า อย่าพูดว่า พวกเรา สิ ข้าไม่เกี่ยวข้องด้วยนะ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเรามักอยากร่วมเเบ่งปัน เเต่สิ่งดีๆ ไม่อยากร่วมรับโทษ รับภัยด้วย [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง สองสาวใช้กับไก่ ณ.หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีหญิงสาว ๒ คนทำงานเป็นสาวใช้ในบ้านหลังหนึ่ง เเม่เฒ่าเจ้าของบ้านมักจะลุกมาปลุกสองสาวใช้ ตอนใกล้รุ่งทกๆวันเมื่อไก่ขัน สองสาวคิดว่า ไก่ขันเมื่อใดเป็นตื่นมาปลุกเราทุกที สองสาวใช้บ่นอย่างไม่พอใจเเละคิดว่า ไก่นั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกตนไม่ได้นอนสบายๆ ตอนฟ้าสาง สาวใช้ทั้งสองจึงช่วยกันฆ่าไก่เสีย ครั้นเมื่อไม่มีไก่คอยขันตอนรุ่งสางอีกเเล้ว เเม่เฒ่าจึงมักคอยตื่นขึ้น กลางดึกเสมอๆ เพราะกลัวว่าจะนอนตื่นสาย สองสาวใช้จึงต้องลุกมาทำงานตั้งเเต่กลางดึก ไม่ได้นอนสบายๆอย่างที่หวังไว้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าให้ทุกเเก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง ลาโง่กับสิงโต สิงโตมีพลังเสียงอันทรงพลัง และสิงโตมีนิสัยชอบคำรามตอนล่าเหยื่อ ยามเมื่อสิงโตคำรามในยามออกล่าเหยื่อ สัตว์ต่างๆ ที่ผ่าน มาก็จะหวาดกลัวเเละรู้ว่าเป็นเสียงสิงโตจึงมักวิ่งหนี ไปได้ก่อนที่จะกลายเป็นอาหารอันโอชะของสิงโต แต่ด้วยความฉลาดเฉลียว สิงโตจึงทำอุบายไปตีสนิทกับลาเเล้วชวนลาไปล่าเหยื่อ ด้วยกัน ลาดีใจนักที่ได้เป็นเพื่อนกับเจ้าป่าจึงทำตามที่ สิงโตบอกทุกอย่าง และเจ้าลา ได้เข้าไปซุ่มซ่อนในพงไม้ พอสัตว์ต่างๆ ผ่านมาลาก็จะ เเหกปากร้องสุดเสียง พวกสัตว์ต่างๆ ไม่เคยได้ยินเสียง ลา จึงพากันวิ่งไปอีกทางหนึ่งซึ่งสิงโตดักซุ่มอยู่ วันนั้นสิงโตจึงได้อิ่มหนำสำราญกับสัตว์นานาชนิด เจ้าลาได้ทีก็คุยโอ่อย่างภูมิใจว่าที่สิงโตกินอิ่มได้ก็เพราะเสียง อันน่ากลัวของตน สิงโตก็ได้เเต่ยกยอปอปั้นลาทั้งๆ ที่รู้ว่าสัตว์ต่างๆ นั้นวิ่งหนี เพราะตกใจในเสียงประหลาดๆ ของลาต่างหาก หาใช่เพราะกลัวในเจ้าลา นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนโง่ย่อมตกเป็นเครื่องมือของคนฉลาด [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง ปลาโลมากับสิงโต ครั้งหนึ่ง ปลาโลมากับสิงโต ได้ตกลงดื่มน้ำรวามสาบานเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายต่อกัน ครั้นวันหนึ่งสิงโตมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับควายป่า จนถึงขั้นต่อสู้กัน ดังนั้นสิงโตจึงวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ชายหาดหาโลมาเเล้วร้องว่า โลมาเพื่อนยาก ถึงคราวที่ท่านต้องทำตามสัญญาเเล้ว ไปช่วยข้าสู้กับควายป่าด้วยเถิด เเต่ปลาโลมาต้องปฏิเสธเพราะไม่สามารถขึ้นมาบนบกได้ เพราะว่าโลมานั้นเป็นสัตว์น้ำ จะขึ้นบนบกก็ขาดใจตายเป็นแน่ เเม้ว่ามีน้ำใจอยากจะช่วยมิตรสหายเพียงใดก็ตาม โธ่เอ๋ย! ปลาโลมาเพื่อนทรยศ ไม่สมกับเป็นเจ้าเเห่งทะเลเลย สิงโตบ่นว่าเพื่อนร่วมสาบาน ปลาโลมาจึงว่า ก็เพราะข้าเป็นใหญ่ในน้ำน่ะสิ ขึ้นบกไปเเล้วข้าก็ทำอะไรไม่ได้ ทำไมท่านไม่เข้าใจเลย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จะขอให้ใครช่วย ควรดูความถนัด [ comments ฉันเอง ]
นิทานอีสป เรื่อง หัวขโมยเจอพ่อหนุ่มหัวใส เช้า วันที่อากาศสดใส เด็กหนุ่มคนหนึ่งขณะอาบน้ำในคลอง โดยถอดเสื้อผ้าไว้ที่ริมตลิ่ง ขณะที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่อย่างเพลิดเพลินนั้น ได้มีชายคนหนึ่งแอบเข้ามาขโมยกางเกง และเสื้อไปหมด เด็กหนุ่มคนนั้นมีความแค้นใจ และเสียใจยิ่งนัก และคิดจะเอากางเกง และเสื้อของตนคืนมาให้ได้ วันหนึ่งเห็นชายหัวขโมย ใส่เสื้อผ้าที่ขโมยมา เดินผ่านมา เด็กหนุ่มก็จำได้ จึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แสร้งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่ขอบสระนั้น ขโมยเห็นเข้าจึงเข้ามาถามว่า พ่อหนุ่มมานั่งร้องไห้อยู่ที่นี่ทำไม? เด็กหนุ่มตอบว่า “ฉันทำสร้อยคอตกน้ำจ้ะพี่ ทองคำหนักตั้ง 5 บาท กลับบ้านพ่อคงตีฉันตาย” ขโมยถามว่า “ทำไมไม่ลงงมล่ะ” “ฉันว่ายน้ำไม่เป็น” เด็กหนุ่มตอบ ขโมยเห็นโอกาสจะตบตาเด็กเอาสร้อยคอมาได้เหนาะๆ เช่นนั้น จึงบอกแก่เด็กหนุ่มว่า “เอาละ ข้าสงสารเอ็งจะลงงมให้ เอ็งคอยอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” “ขอบคุณท่านมากทีเดียว นึกว่าช่วยเหลือฉันสักที ฉันจะไม่ลืมบุญคุณเลย” ขโมยรีบถอดเสื้อผ้ากองไว้ที่ขอบสระ แล้วกระโจนลงน้ำโครมไม่รีรอ ขณะที่กำลังดำอยู่ก้นสระนั้นเด็กหนุ่มได้ทีจึงรีบฉวย เสื้อ กางเกงของตัวกลับคืน แล้วหนีไป (อย่างนี้เรียกว่า เกลือจิ้มเกลือ) (จบบริบูรณ์) [ comments ฉันเอง ]

เว็บShogun



 














© เว็บไซต์ โดย Shogun
มีผู้เข้าชม 10764 ครั้ง